กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเบนโทไนท์ของไทยและสารดูดซับในเชิงพาณิชย์ (สารไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเกต) ในการดูดซับสารพิษอะฟลาทอกซินปนเปื้อนในอาหารไก่เนื้อ ในการศึกษาแบ่งไก่เนื้อทดลองออกเป็น 5 กลุ่มๆ ละ 3 ซ้ำๆ ละ 15 ตัว ลูกไก่แต่ละกลุ่มได้รับปัจจัยการทดลองดังนี้ กลุ่มที่ 1 อาหารพื้นฐานไม่เสริมสารดูดซับสารพิษ (กลุ่มควบคุม, Negative control) กลุ่มที่ 2 อาหารพื้นฐานผสมสารพิษอะฟลาทอกซิน 200 ppb กลุ่มที่ 3 อาหารพื้นฐานผสมสารพิษอะฟลาทอกซิน 200 ppb และเสริมสารดูดซับเบนโทไนท์ของไทย 0.25 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก กลุ่มที่ 4 อาหารพื้นฐานผสมสารพิษอะฟลาทอกซิน 200 ppb และเสริมสารดูดซับเบนโทไนท์ของไทย 0.5 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มที่ 5 อาหารพื้นฐานผสมสารพิษอะฟลาทอกซิน 200 ppb และเสริมสารดูดซับไฮเดรตแคลเซียมโซเดียมอะลูมิโนซิลิเกต 0.5 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก ทำการทดลองนาน 6 สัปดาห์ จากการศึกษาในไก่เนื้อกลุ่มที่ได้รับการเสริมสารดูดซับเบนโทไนท์และสารไฮเดรตแคลเซียมโซเดียมอะลูมิโนซิลิเกตผสมในอาหารพบว่า สารพิษอะฟลาทอกซินปนเปื้อนในอาหารไม่มีผลต่อปริมาณอาหารที่กินได้ อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน และประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว รวมทั้งค่าเอนไซม์ตับอะลานีนอะมิโนทรานสเฟอเรส (Alanine Amino Transferase) อย่างมีนัยสำคัญ และไม่แตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (p>0.05) ส่วนไก่เนื้อกลุ่มที่ได้รับสารพิษอะฟลาทอกซิน แต่ไม่ได้รับสารดูดซับสารพิษ พบว่าปริมาณอาหารที่กินได้ อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว และค่าเอนไซม์ตับอะลานีน อะมิโนทรานสเฟอเรส มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้รับสารดูดซับสารพิษผสมในอาหาร (p<0.05) จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า มีความเป็นไปได้ในการใช้สารดูดซับเบนไนท์ของประเทศไทย ในการลดพิษอะฟลาทอกซินที่ระดับ 200 พีพีบี ปนเปื้อนในอาหารไก่เนื้อ