การประยุกต์ใช้โภชนบำบัดเพื่อทดแทนยาปฏิชีวนะในการปรับปรุงสภาวะเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ภาวะการอักเสบ และสุขภาพทางเดินอาหารของไก่เนื้อที่เลี้ยงภายใต้สภาวะเครียดรูปแบบต่างๆ (ปีที่ 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเลี้ยงไก่เนื้อภายใต้ความหนาแน่นและอุณหภูมิสภาพแวดล้อมที่สูงเป็นสภาพที่ก่อให้เกิดความเครียดในไก่เนื้อ อีกทั้งการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราที่ระดับต่ำอาจกระตุ้นให้เกิดความเครียดที่ซ้ำซ้อนได้ จึงได้มีการจัดทำการทดลอง 2 การทดลองเพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้โภชนบำบัดเพื่อทดแทนยาปฏิชีวนะในการปรับปรุงสภาวะเครียดที่หลากหลายในไก่เนื้อ การทดลองที่ 1 เป็นผลการศึกษาต่อเนื่องจากโครงการวิจัยในปีที่ 1 ซึ่งพบว่าการเสริมฟลาวาโนนและ ไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพการผลิต ลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และการอักเสบของไก่เนื้อภายใต้การเลี้ยงแบบหนาแน่นร่วมกับสภาพอากาศร้อน และได้มีการศึกษาเพิ่มเติมถึงผลที่มีต่อสุขภาพทางเดินอาหารของไก่เนื้อ โดยในการวิจัยใช้ไก่เนื้อสายพันธุ์ Ross 308 จำนวน 2,304 ตัว ทำการเลี้ยงที่ความหนาแน่นสูง (15 ตัวต่อตารางเมตร) ในช่วงฤดูร้อน (30.8?2.4 องศาเซลเซียส) ให้ได้รับอาหารทดลองแตกต่างกัน 6 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมอาหารพื้นฐาน (CON) และในกลุ่มที่ 2 เสริมสารแบคซิทราซิน (ยาปฏิชีวนะ) 50 กรัมต่อตันอาหาร (BCT) กลุ่มที่ 3 เสริมฟลาวาโนน 300 กรัมต่อตันอาหาร (FVN) กลุ่มที่ 4 เสริมไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ 80 กรัมต่อตันอาหาร (IQA) กลุ่มที่ 5 เสริมสารฟลาวาโนน (1-10 วัน) และสาร ไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ (11-37 วัน) (FVN-IQA) กลุ่มที่ 6 เสริมสารไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ (1-10 วัน) และ สารฟลาวาโนน (11-37 วัน) (IQA-FVN) ทำการเลี้ยงไก่เนื้อเป็นระยะเวลา 37 วัน จากการประเมินผลต่อสุขภาพทางเดินอาหารที่อายุ 35 วัน พบว่าความสูงวิลไล (VH) ในลำไส้ส่วนต้นและส่วนกลางของไก่เนื้อกลุ่ม BCT กลุ่มที่เสริมฟลาวาโนนและไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ทุกกลุ่มทดลองมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) และ ความลึกของคริปท์ (CD) ในส่วนทุกส่วนมีค่าลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่ม CON (P<0.05) จึงส่งผลให้อัตราส่วนความสูงวิลไลต่อความลึกของคริปท์ (VH: CD) ในทุกส่วนของลำไส้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ในกลุ่มสารฟลาวาโนนและสารไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ทุกกลุ่ม ทางด้านความหลากหลายของจุลินทรีย์ในส่วน 16S rRNA ในรูปแบบอัลฟ่า และเบต้าพบว่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ระหว่างกลุ่มทดลอง อย่างไรก็ตามเมื่อวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ พบว่ากลุ่ม BCT และการเสริมฟลาวาโนนและไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ในทุกกลุ่มทดลอง ส่งผลให้เกิดการลดลงของกิจกรรมในกระบวนการสร้างพลังงานของจุลินทรีย์ เช่น กิจกรรมของเอนไซม์ phosphoglycerate mutase, phosphoribulokinase และ 3-hydroxypropinonyl-Co.A synthase ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อกระทบประสิทธิภาพการใช้พลังงานในร่างกาย และสมรรถภาพการผลิตของไก่เนื้อ จากการที่การเสริมฟลาวาโนนและไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ พบว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยปรับปรุงสุขภาพของทางเดินอาหาร จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ในการทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ในการเลี้ยงไก่เนื้อภายใต้การเลี้ยงแบบหนาแน่น และอุณหภูมิสภาพแวดล้อมที่สูงได้ การทดลองที่ 2 ทำการศึกษาผลของการเสริมฟลาวาโนนและ ไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ในการทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะต่อสมรรถภาพการเติบโต ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน สภาวะการอักเสบ สุขภาพทางเดินอาหารของไก่เนื้อภายใต้การเลี้ยงแบบหนาแน่นร่วมกับสภาพอากาศร้อน และการได้รับอาหารปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซินที่ความเข้มข้นต่ำที่ระดับ (30-50 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม) โดยใช้ไก่เนื้อสายพันธุ์ Ross 308 จำนวน 2,800 ตัว เลี้ยงที่ความหนาแน่นสูง (18 ตัวต่อตารางเมตร) ในช่วงฤดูร้อน (30.0?1.4 องศาเซลเซียส) ให้ได้รับอาหารทดลองแตกต่างกัน 7 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 อาหารควบคุมไม่เติมสารพิษอะฟลาทอกซิน (CON) กลุ่มที่ 2 อาหารปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซิน (AFT) กลุ่มที่ 3 AFT เสริมสารแบคซิทราซิน 50 กรัมต่อตันอาหาร (BCT) กลุ่มที่ 4 AFT เสริมฟลาวาโนน 300 กรัมต่อตันอาหาร (FVN) กลุ่มที่ 5 AFT เสริมไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ 80 กรัมต่อตันอาหาร (IQA) กลุ่มที่ 6 AFT เสริมสารฟลาวาโนน (1-10 วัน) และสารไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ (11-37 วัน) (FVN-IQA) กลุ่มที่ 7 AFT เสริมสารไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ (1-10 วัน) และ สารฟลาวาโนน (11-37 วัน) (IQA-FVN) ทำการเลี้ยงไก่เนื้อเป็นระยะเวลา 37 วัน พบว่าการเสริมสารเสริมชนิดต่างๆในอาหาร ส่งผลให้น้ำหนักตัว และปริมาณอาหารที่ใช้ ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ในทุกกลุ่มการทดลอง อย่างไรก็ตามพบว่าในช่วงระยะเล็ก (1-10 วัน) ระยะรุ่น (11-24 วัน) และตลอดช่วงอายุ (1-37 วัน) ไก่เนื้อในกลุ่ม AFT มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่ม CON ในขณะที่กลุ่มการเสริม ฟลาวาโนน และไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ทุกกลุ่มทดลองช่วยปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวให้ดีขึ้น แต่พบว่ากลุ่ม BCT มีค่าไม่แตกต่างทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่ม AFT การวิเคราะห์เลือดไก่เนื้อที่อายุ 35 วัน พบว่าไก่เนื้อกลุ่ม IQA, FVN-IQA และ IQA-FVN มีค่า H:L ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) สำหรับปริมาณ MDA พบว่ามีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ในกลุ่ม FVN และ IQA-FVN แต่กลุ่ม BCT พบว่าไม่มีความแตกต่างทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่ม AFT อย่างไรก็ตามในทุกกลุ่มทดลอง มีผลช่วยลดระดับ IL-6 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่ม AFT ที่อายุ 35 วัน พบว่าทุกกลุ่มทดลองมีการเพิ่มขึ้นของ VH และอัตราส่วน VH:CD ในลำไส้เล็กส่วนต้นและส่วนกลางอย่างสำคัญทางสถิติ (P<0.01) เมื่อเทียบกับกลุ่ม AFT นอกจากนี้ความหลากหลายของจุลินทรีย์ในรูปแบบอัลฟ่า พบว่าความสมบูรณ์ของแบคทีเรีย OTUs และ Chao1 ของกลุ่ม BCT ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) เมื่อพิจารณาดัชนีชี้วัดทางชีวภาพพบว่ากลุ่ม AFT มีผลต่อการลดลงของกิจกรรมในกระบวนการสร้างพลังงาน และมีการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมของเอนไซม์ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ได้แก่ thioredoxin-disulfide reductase และ superoxide dismutase เมื่อเทียบกับกลุ่ม CON การเสริมยาปฏิชีวนะช่วยเพิ่มกิจกรรมเฉพาะกระบวนการสร้างพลังงาน เช่น succinate dehydrogenase และ shikimate kinase ในขณะที่การเสริมฟลาวาโนนและไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ช่วยเพิ่มกิจกรรมในกระบวนการสร้างพลังงาน และกิจกรรมของเอนไซม์ต้านการเกิดอนุมูลอิสระเมื่อเทียบกับกลุ่ม AFT การเสริมฟลาวาโนน และไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์ จึงนับเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ในการทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในไก่เนื้อที่เลี้ยงภายใต้การเลี้ยงแบบหนาแน่นสูง อุณหภูมิสภาพแวดล้อมที่สูงและได้รับสารพิษอะฟลาทอกซินระดับต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่กระตุ้นความเครียดแบบซ้ำซ้อน คำสำคัญ: ไก่เนื้อ, ความเครียด, การอักเสบ, ฟลาวาโนน, ไอโซควิโนลีนอัลคาลอยด์, เมตาจีโนมิกส์