การบำบัดของเสียจากฟาร์มไก่เนื้อด้วยเชื้อรา Trichoderma longibrachiatum เพื่อการผลิตก๊าซชีวภาพแบบหมักแห้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้เป็นการหาแนวทางการผลิตก๊าซชีวภาพของวัสดุลิกโนเซลลูโลสที่มีไนโตรเจนสูง คือของเสียในฟาร์มไก่เนื้อ โดยการใช้เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพแบบหมักแห้งและวิธีการปรับสภาพด้วยเชื้อรา การทดลองแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ การหาระยะเวลาการปรับสภาพ การหาแนวโน้มการผลิตก๊าซชีวภาพแบบหมักแห้งขนาดห้องปฏิบัติการ และการหาศักยภาพการผลิตก๊าซชีวภาพแบบหมักแห้งจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพขนาดนาร่อง ในการทดลองด้านการปรับสภาพด้วยเชื้อราเพื่อศึกษาหาระยะเวลาที่เหมาะสมในการผลิตน้าตาลรีดิวซ์ ได้ทาการเปรียบเทียบค่าอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนของวัสดุ 3 ค่า คือ18.7 25.0 และ 35.0 โดยวัสดุจะถูกนึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที และปรับความชื้นไว้ที่ 45 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมการเติมเชื้อราในปริมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาณต่อน้าหนักวัตถุดิบ) ที่ความเข้มข้นเชื้อรา 106 - 107 สปอร์ต่อมิลลิลิตร ก่อนนาไปบ่มในตู้บ่มที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ผลการทดลองพบว่า การปรับสภาพด้วยเชื้อราส่งผลให้สามารถผลิตน้าตาลรีดิวซ์เกิดขึ้นเท่ากับ 9.9?0.3, 8.3?0.8 และ 3.7?0.5 มิลลิกรัมต่อกรัม ซึ่งสูงกว่าชุดการทดลองที่ไม่ปรับสภาพ 103.5%, 85.8% และ 9.7% ตามลาดับ จากนั้นเมื่อนาตัวอย่างข้างต้นมาหมักย่อยในสภาวะไม่มีอากาศ และกาหนดปริมาณการเติมของแข็งทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 20 30 40 และ 50 พบว่า ตัวอย่างที่มีอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับ 18.7 สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุด และสามารถผลิตก๊าซชีวภาพสะสมได้เท่ากับ 1099?2 860.8?5 768.0?13.3 และ 729.59?28.8 มิลลิลิตรต่อกรัมของแข็งระเหยที่ถูกเติม ตามลาดับ อย่างไรก็ตามตัวอย่างที่อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับ 18.7 ที่ปริมาณการเติมของแข็งทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 30 ถูกนามาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการเดินระบบในระดับนาร่อง ผลจากการเดินระบบผลิตก๊าซชีวภาพในระดับนาร่องที่ระยะเวลากักเก็บ 30 วัน ของตัวอย่างที่ผ่านและไม่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนการปรับสภาพด้วยเชื้อรา รวมทั้งตัวอย่างควบคุมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อและปรับสภาพ ผลการทดลองพบว่า ตัวอย่างที่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนการปรับสภาพด้วยเชื้อราสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้มากที่สุดที่วันละ 230 มิลลิลิตรต่อกรัมของแข็งระเหยที่ถูกเติม ตามด้วย 140 และ 105 มิลลิลิตรต่อกรัมของแข็งระเหยที่ถูกเติมสาหรับตัวอย่างชุดควบคุมและตัวอย่างที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนการปรับสภาพด้วยเชื้อรา ตามลาดับ จากผลการศึกษาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการปรับสภาพของเสียในฟาร์มไก่เนื้อด้วยเชื้อรา T. longibrachiatum มีผลให้ปริมาณการผลิตก๊าซชีวภาพเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตัวอย่างจาเป็นต้องผ่านการฆ่าเชื้อและปรับสภาพด้วยเชื้อราก่อนนามาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตก๊าซชีวภาพ