การผลิตปุ๋ยชีวภาพจากของเสียกากเมล็ดสบู่ดำ โดยวิธีการหมักแบบแห้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์จากกากเมล็ดสบู่ดำ ซึ่งพบว่าองค์ประกอบเบื้องต้นของกากเมล็ดสบู่ดำมีโปรตีน 23.57 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 3.50 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใย 16.68 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรต 50.64 เปอร์เซ็นต์ และเถ้า 5.61 เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยนี้ได้แบ่งการศึกษาออกเป็นสองส่วน โดยทำการทดลอง 3 ซ้ำ และรายงานผลที่ได้เป็นค่าเฉลี่ย ส่วนแรกทำการศึกษาหาความเป็นไปได้ในการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากกากเมล็ดสบู่ดาโดยวิธีการหมัก แบบแห้งด้วยรา Trichoderma harzianum พบว่าในการใช้ประโยชน์จากกากเมล็ดสบู่ดำเพื่อทำปุ๋ยชีวภาพนั้นสามารถผลิตปุ๋ยชีวภาพที่มีคุณภาพสูงเมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งสมบัติของปุ๋ยหมักที่พบ ได้แก่ค่าความเป็นกรด - ด่างเท่ากับ 7.58 ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 6.39 เดซิซีเมนต่อเมตร อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับ 8.96 ดัชนีการงอกเท่ากับ 4.81 เปอร์เซ็นต์ ไนโตรเจนเท่ากับ 3.61 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสเท่ากับ 3.22 เปอร์เซ็นต์ โพแทสเซียมเท่ากับ 2.53 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณสารฟอร์บอล เอสเทอร์ที่หลงเหลืออยู่เท่ากับ 0.32 มิลลิกรัมต่อกรัม ส่วนที่สองท าการศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญของรา (ปริมาณกลูโคซามีน) โดยใช้การออกแบบการทดลองแบบ Box-Behnken จากการศึกษาพบว่าจะได้ปริมาณกลูโคซามีนสูงสุดเท่ากับ 84 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักวัสดุหมักแห้ง เมื่อทำการหมักกากเมล็ดสบู่ดำในสภาวะที่เหมาะสมที่ปริมาณความชื้นเริ่มต้น 60 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ปริมาณต้นเชื้อ 7.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และอุณหภูมิในการหมัก 33 องศาเซลเซียส ในงานวิจัยนี้นอกจากจะศึกษาปริมาณของกลูโคซามีนแล้ว ผู้วิจัยยังศึกษาสมบัติทางเคมีของปุ๋ยหมักอีกด้วย โดยจากสภาวะที่เหมาะสมต่อสมบัติทางเคมีของปุ๋ยหมักที่พบว่า มีค่าต่าง ๆ ได้แก่ ค่าความเป็นกรด - ด่างเท่ากับ 6.35 ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 4.39 เดซิซีเมนต่อเมตร อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับ 8 ดัชนีการงอกเท่ากับ 46.90 เปอร์เซ็นต์ ไนโตรเจนเท่ากับ 4.17 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสเท่ากับ 2.41 เปอร์เซ็นต์ โพแทสเซียมเท่ากับ 2.23 เปอร์เซ็นต์และมีปริมาณสารฟอร์บอล เอสเทอร์ ที่หลงเหลืออยู่เท่ากับ 0.156 มิลลิกรัมต่อกรัม จากสภาวะที่เหมาะสมในการหมักกากเมล็ดสบู่ดำ พบว่าปริมาณสารฟอร์บอล เอสเทอร์ที่หลงเหลืออยู่ในกากเมล็ดสบู่ดำมีค่าลดลง (น้อยกว่า 0.11 มิลลิกรัมต่อกรัม) เพราะสารฟอร์บอลเอสเทอร์ในกากเมล็ดสบู่ดำจะถูกกำจัดโดยจุลินทรีย์ที่อยู่ในกระบวนการหมัก ดังนั้นการใช้ประโยชน์จากกากเมล็ดสบู่ดำเป็นปุ๋ยชีวภาพสำหรับพืชอาหารจะมีความปลอดภัยทั้งกับการบริโภคของผู้บริโภคและเป็นผลดีกับสิ่งแวดล้อมในดิน ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษานี้จะสามารถเป็นทางเลือก ในการแก้ปัญหาของการเพิ่มขึ้นของราคาปุ๋ยได้อีกด้วย