กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะทางกายภาพและเคมีบางประการตามมาตรฐานคุณสมบัติของปุ๋ยหมัก ศึกษาปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องในกระบวนการหมักทำปุ๋ยและศึกษาถึงอัตราส่วนของวัสดุเหลือใช้และกากตะกอนและระยะเวลาหมักทำปุ๋ยที่มีผลต่อปริมาณโพแทสเซียมและธาตุอาหารที่เกี่ยวข้องในกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมและวัสดุที่ใช้ในการหมักทำปุ๋ย ผลการศึกษา พบว่า วัสดุที่ใช้ในการศึกษา มี 6 ชนิด พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ และพบว่าปริมาณธาตุอาหารทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโดยเฉพาะโพแทสเซียมมีปริมาณค่อนข้างสูง จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้ทำปุ๋ยหมัก แต่ในส่วนของปริมาณโลหะหนักโดยเฉพาะปริมาณโครเมียมที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ในกากตะกอนที่ใช้ทำงานวิจัย ซึ่งมีผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) และจากการศึกษาพบว่า อัตราส่วน C/N ratio ที่เหมาะสมคือ C/N ratio 25 และระยะเวลาที่เหมาะสมในการหมักทำปุ๋ยคือ 60 วัน โดยวัสดุที่ใช้ในการหมักทำปุ๋ยทั้ง 6 สามารถนำมาใช้ในการหมักทำปุ๋ยเพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหาร ที่สำคัญแก่พืชได้ทั้งปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ปริมาณโพแทสเซียมทั้งหมด ปริมาณฟอสฟอรัสทั้งหมด และปริมาณคาร์บอนต่อไนโตรเจน ซึ่งมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของ กรมวิชาการเกษตร ปี 2548 โดยพบว่า วัสดุที่ดีที่สุดในการหมักทำปุ๋ย คือ กก ธูปฤาษี และผักตบชวา โดยควรมีการการศึกษาถึงแนวทางในการกำจัดปริมาณโครเมียมที่มีปริมาณสูง ในกากตะกอนก่อนที่จะนำปุ๋ยหมักที่ได้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่าง เป็นต้น และควรนำไปปลูกพืชชนิดหญ้าหรือไม้ประดับ เพื่อใช้เป็นสนามหญ้า สนามกอล์ฟ และสวนสาธารณะ เพราะมีปริมาณธาตุอาหารสูง ทั้ง ปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม แต่มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก