กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการทำปุ๋ยหมักสูตรเร่งใบที่มีปริมาณไนโตรเจนสูง จากกากตะกอนน้ำเสียโดยใช้ของเสียและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นวัสดุหมัก ซึ่งได้แก่ มูลค้างคาว หญ้าขน และเปลือกสัปปะรด โดยศึกษาผลของชนิด ปริมาณ และขนาดของวัสดุหมักต่อความเหมาะสมในการเป็นปุ๋ยหมักตามค่ามาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า กากตะกอน มูลค้างคาว หญ้าขน และเปลือกสัปปะรด มีปริมาณไนโตรเจน เท่ากับ 57 740 188 และ 89 โดยน้ำหนัก ตามลำดับ ปุ๋ยหมัก 10 สูตรที่ศึกษามีค่าปริมาณไนโตรเจน อินทรีย์วัตถุ อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน ค่าความชื้น และค่าความเป็นกรดเป็นด่างได้ตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์กรมวิชาเกษตร แต่การใช้มูลค้างคาวและเปลือกสัปปะรดเป็นวัสดุผสมทำให้เกิดการย่อยสลายอินทรียวัตถุได้เร็วกว่าการใช้หญ้าขนเป็นวัสดุผสม โดยปุ๋ยที่ใช้มูลค้างคาวและเปลือกสัปปะรดเป็นวัสดุผสมใช้เวลาในการย่อยสลายเท่ากับ 30 และ 25 วัน ส่วนปุ๋ยที่ใช้หญ้าขนเป็นวัสดุผสมใช้เวลาในการย่อยสลายเท่ากับ 50 วัน วัสดุหมักทั้ง 3 ชนิด ช่วยเพิ่มปริมาณไนโตรเจนให้กากตะกอนได้ ปุ๋ยหมักมีค่าปริมาณไนโตรเจนมากกว่ากากตะกอน การใช้มูลค้างคาวเป็นวัสดุผสมทำให้ปุ๋ยหมักมีปริมาณไนโตรเจนมากที่สุด และสูตรที่ใช้มูลค้างคาวมากกว่าจะให้ปุ๋ยหมักที่มีปริมาณไนโตรเจนสูงกว่า มีความเป็นไปได้ในการนำวัสดุเหลือใช้ในประเทศไทย ได้แก่ มูลค้างคาว หญ้าขน และเปลือกสัปปะรดมาใช้เป็นวัสดุหมักร่วมกับกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นปุ๋ยหมักที่มีปริมาณไนโตรเจนสูง