การจัดการดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ปุ๋ยพืชสด และน้ำหมักมูลสุกรเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังในกลุ่มชุดดินที่ 38
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การจัดการดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ปุ๋ยพืชสด และน้ำหมักมูลสุกรเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังในกลุ่มชุดดินที่ 38 เพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตและผลผลิตของมันสำปะหลัง ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทาง เคมีของดิน โดยวางแผนการทดลองแบบ (RCBD) จ านวน 3 ซ้ำ 7 ตำรับการทดลอง ประกอบด้วย 1) แปลงควบคุม 2)ใส่ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร 3) ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง + ? ปุ๋ยเคมีตามค าแนะนำ 4) ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง + ? ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำ + น้ำหมักมูลสุกร 5) ปลูกถั่วพร้าแซม + ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง + น้ำหมักมูลสุกร 6) ปลูกถั่วพร้าแซม + ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง + ? ปุ๋ยเคมีตามคำแนะน า และ 7) ปลูกถั่วพร้าแซม + ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง + ? ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำ + น้ำหมักมูลสุกรผลการศึกษา พบว่า การใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมี มีผลทำให้การเปลี่ยนแปลงสมบัติต่างๆ ของดินเหมาะสมต่อการผลิตพืชเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพบว่า ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ปริมาณอินทรียวัตถุ และปริมาณธาตุอาหาร ต่างๆเพิ่มขึนเมื่อเปรียบเทียบกับดินก่อนดำเนินการ จากการทดลอง พบว่า ตำรับที่ 2 ใส่ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร มีผลทำให้มันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตและผลผลิตเฉลี่ยสูงสุดคือ ความสูงเฉลี่ย 277.4 เซนติเมตร และผลผลิตเฉลี่ย 23,019 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาคือ ตำรับที่ 7 ปลูกถั่วพร้าแซมใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงร่วมกับใส่ปุ๋ยเคมีครึ่งหนึ่งของคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรและฉีดพ่นน้ำหมักมูลสุกร มีความสูงเฉลี่ย 265.5 เซนติเมตร และผลผลิตเฉลี่ย 16,943 กิโลกรัมต่อไร่ การใช้ปุ๋ยแบบผสมผสานร่วมกับการปรับปรุงดิน เป็นวิธีการที่ควรแนะนำให้ เกษตรกรปฏิบัติต่อไปได้ เนื่องจาก มีการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชร่วมกับการใช้ปุ๋ยพืชสดและปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเน้นการปรับปรุงบำรุงดินให้มีสมบัติต่างๆ ของดินดีขึ้น และเหมาะสมต่อการผลิตพืชอย่างยั่งยืน