กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการของเสียสำหรับวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีโดยกระบวนการหมักปุ๋ยจากของเสียจากวิสาหกิจชุมชนร่วมกับวัสดุเหลือทิ้งทางอุตสาหกรรมการเกษตร คือ มูลไก่ไข่ กากตะกอนระบบบำบัดน้ำเสีย และกากอ้อย โดยทำการทดลองหมักปุ๋ยแบบกองแถว โดยมีสัดส่วนวัสดุหมักมูลไก่ไข่ กากตะกอน และกากอ้อย เท่ากับ 0.5 ต่อ 1 ต่อ 4 โดยปริมาตร และใช้ตัวปรับความชื้น 2 ประเภท คือ น้ำเปล่าและสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ต่อน้ำ 1 ต่อ 10 ลิตร ทำการตรวจวิเคราะห์การวิจัยครั้งนี้ คือ ค่าอุณหภูมิ ค่าความชื้น ค่าความนำไฟฟ้า อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน ค่าความเป็นกรดด่าง และค่าธาตุอาหารหลักไนโตรเจนต่อฟอสฟอรัสต่อโพแทสเซียม จากการวิจัยครั้งนี้ พบว่า กองปุ๋ยหมักที่ใช้น้ำเปล่าเป็นตัวปรับความชื้นให้ค่าใกล้เกณฑ์มาตรฐานที่ดีกว่า คือ ค่าอุณหภูมิเท่ากับ 27.75 – 41.50 องศาเซลเซียส ค่าความชื้นเท่ากับ 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ค่าความนำไฟฟ้าเท่ากับ 2.79 – 3.45 เดซิซีเมนต่อเมตร ค่าอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับ 32.65 ค่าความเป็นกรดด่างเท่ากับ 6.10 – 6.37 และค่าธาตุอาหารหลักไนโตรเจนต่อฟอสฟอรัสต่อโพแทสเซียมเท่ากับ 1.08: 0.19: 0.32 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก ตามลำดับ ผลการวิจัยจากกระบวนการหมักปุ๋ยของมูลไก่ไข่ กากตะกอน และกากอ้อยมีปริมาณของวัสดุที่ไม่เหมาะสมด้วยสัดส่วนของมูลไก่ไข่ และกากตะกอนที่นำมาใช้ในปริมาณที่น้อยและกากอ้อยที่นำมาใช้ในปริมาณที่มาก ส่งผลต่อกระบวนการหมักได้ไม่ดีเท่าที่ควร การทดลองนี้ สามารถนำไปใช้ไปใช้ในประเภทของวัสดุปลูกพืชที่นำไปผสมกับดิน สามารถเพิ่มความร่วนซุยให้กับดินและปรุงดินเพื่อเสริมธาตุอาหารให้มีปริมาณที่เพียงพอในการปลูกพืช ไม้ดอกไม้ประดับหรือสำหรับพืชที่ต้องการเก็บความชื้นและการระบายน้ำได้ดีสรุปได้ว่า ปุ๋ยหมักที่ใช้น้ำเปล่าเป็นตัวปรับความชื้นจะให้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพดีกว่าการทดลองที่ใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เป็นตัวปรับความชื้นเนื่องจากมีค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ตามกรมวิชาการเกษตรมากกว่า