Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2553

ศักยภาพการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีในการผลิตบัวหลวง

สิทธิชัย ฮะทะโชติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2553

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาเพื่อแนวทางการลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเพื่อเป็นการเตรียมการผลิตในแนวทางการอนุรักษ์ สู่การผลิตบัวหลวงที่ยั่งยืน ผลการวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของดินในบ่อที่เตรียมการทดลองมีค่าความเป็นกรด-ด่าง เฉลี่ยเท่ากับ 5.02 ค่าการนำไฟฟ้าของดินมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 177 s/mc ปริมาณอินทรียวัตถุที่วิเคราะห์ได้เฉลี่ยเท่ากับ 2.71 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณอินทรีย์คาบอนที่วิเคราะห์ได้ 1.573 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดที่วิเคราะห์ได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.136 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ที่วิเคราะห์ได้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.363 ppm ปริมาณโพแทสเซี่ยมที่แลกเปลี่ยนได้จากการวิเคราะห์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 287.3 ppm ผลการวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของดินหลังจากปลูกบัวในบ่อมีค่าความเป็นกรด-ด่าง เฉลี่ยเท่ากับ 6.06 ค่าการนำไฟฟ้าของดินค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.0003 dSm-1 ปริมาณ อินทรียวัตถุที่วิเคราะห์ได้เฉลี่ยเท่ากับ 0.64 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดที่วัดได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.045 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ที่วิเคราะห์ได้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.99 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณโพแทสเซี่ยมที่แลกเปลี่ยนได้จากการวิเคราะห์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 48.95 mg kg-1 ผลการวิเคราะห์คุณสมบัติของน้ำหลังจากปลูกบัวในบ่อที่เตรียมการทดลองมีค่าความเป็นกรด-ด่าง เฉลี่ยเท่ากับ 8.08 ปริมาณแอมโมเนียเท่ากับ 0 ผลการวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ในการทดลอง มีค่าความเป็นกรด-ด่าง เฉลี่ยเท่ากับ 7.16 ค่าการนำไฟฟ้าของปุ๋ยอินทรีย์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.91 dS/m ปริมาณ อินทรียวัตถุที่วิเคราะห์ได้เฉลี่ยเท่ากับ 16.54 เปอร์เซ็นต์ ความชื้นวิเคราะห์ได้เฉลี่ยเท่ากับ 12.70 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดที่วัดได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.69 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ที่วิเคราะห์ได้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.66 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณโพแทสเซี่ยมที่แลกเปลี่ยนได้จากการวิเคราะห์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.2 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนการเจริญเติบโต และสัณฐานวิทยาของดอก พบว่า จำนวนระยะเวลาตั้งแต่ดอกออกพ้นน้ำ ถึงวันที่ดอกตูม ดอกแย้ม ดอกบาน และดอกโรย เฉลี่ย 9.50, 11.66 , 13.43 และ15.51 ตามลำดับ

คำสำคัญ

ศักยภาพปุ๋ยเคมีปุ๋ยอินทรีย์บัวหลวง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินแบบแยกถังปุ๋ยสำหรับอ้อย

ขนิษฐ์ หว่านณรงค์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560

ผลของการจัดการปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินต่อผลผลิตและประสิทธิภาพการใช้ธาตุไนโตรเจนจากปุ๋ยของข้าวสุพรรณบุรี 1 ที่ปลูกในชุดดินวัฒนา

มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

โครงการวิจัยและพัฒนาวิธีการเขตกรรมมันสำปะหลัง

วัลลีย์ อมรพล กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2559

ศึกษาอัตราที่เหมาะสมของปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตหอมแดงในกลุ่มชุดดินที่ 15

สุชาติ ภู่เกิด สถานีพัฒนาที่ดินอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2555

ระดับของปุ๋ยเคมีไนโตรเจนต่อผลผลิต ประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจน เอนไซม์ยูรีเอส และความอุดมสมบูรณ์ของดินหลังการเก็บเกี่ยวอ้อยในสภาพดินทราย

วรรณวิภา แก้วประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

การจัดการดินที่เหมาะสมด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งในชุดดินกำแพงแสน

มลทิพย์ ศศิธร กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2556

การประเมินคุณภาพดินเพื่อใช้ทางการเกษตรในพื้นที่หมู่บ้านนางแลใน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ปิยพร ศรีสม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2559

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจากมูลวัวและขยะอินทรีย์ของเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า ในตำบลหนองตาด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

ครุปกรณ์ ละเอียดอ่อน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2560

การวัดการละลายของปุ๋ยในการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ โดยใช้ค่าความนำไฟฟ้า

คมกฤษณ์ ชูเรือง มหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ. 2561

การปลดปล่อยก๊าซมีเทนภายใต้วิธีการจัดการดินเค็มเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว

อุษา จักราช กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2558