การพัฒนาเครื่องอบแห้งท่อเทอร์โมไซฟอนแบบผสมผสานความร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้จึงทำการศึกษาการพัฒนาระบบผสมผสานการใช้ท่อเทอร์โมไซฟอนแบบผสมผสาน ความร้อน โดยได้ใช้ท่อเทอร์โมไซฟอนจำนวน 5 ท่อ พร้อมสารสารทำงาน R404a ที่ปริมาตร 20% ความจุท่อความร้อน พร้อมทั้งติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ สำหรับใช้ให้พลังงานไฟฟ้าในระบบฮีตเตอร์ ขนาด 600 วัตต์ ขนาดเครื่องอบแห้ง ขนาดสูง 1.0 m กว้าง 1.0 m 4 ชั้น แต่ละชั่นห่างกัน 0.2 m ทำ การเก็บข้อมูลเชิงความร้อนของตู้อบแห้ง ทุกๆ 30 นาที เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อหาอัตราการอบแห้ง ผลิตภัณฑ์ขิงและลำไย ผลทดสอบพบว่าท่อความร้อนมีอุณหภูมิที่ปลายท่อความร้อนเฉลี่ย 62.90 องศาเชลเชียส อุณหภูมิภายนอกท่อเฉลี่ยเท่ากับ 60.20 องศาเซลเชียส จากการทดลอบภายในตู้อบแห้งพบว่า อุณหภูมิการทดสอบที่ค่าเฉลี่ย 59.05 องศาเซลเซียส อุณภูมิสูงสุด 68.80 องศาเซียส เมื่อเก็บตัวอย่าง มาทดสอบก่อนและหลังจากการอบแห้งพบว่าความชื้นที่สะสมลดลง โดยมีความชื้นหลังจากอบแห้ง ตัวอย่างขิงเฉลี่ย 11.07 % มีอัตราการลดลงร้อยละ 3.32 % ต่อชั่วโมง ตัวอย่างลำไย(เฉพาะเนื้อ) ความชื้นลดลงเฉลี่ย 12.22 % มีอัตราการลดลงร้อยละ 2.21 % ต่อชั่วโมง และทั้งลูกของลำไยลดลดลง เหลือ 8.66 % มีอัตราการลดลงร้อยละ 2.31 % ต่อชั่วโมง ซึ่งมีความขึ้นก่อนการอบแห้ง 90.92% 74.88 % และ 64.25% ตามลำดับ รวมค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งหมด 35,530 บาท เปรียบเทียบกับ เครื่องอบแห้งเชิงพาณิชย์พบว่ามีต้นทุนที่ถูกกว่า 9,470 บาท โดยมีผลตอบแทนรายปีจากปริมาณการ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ทั้งหมดประมาณ 5.148 บาท/ปี (อ้างอิงที่ราคาขายไฟฟ้าราคา 3 บาท/ หน่วย) PBP จะมีระยะคืนทุนเท่ากับ 6.90 ปี