การศึกษาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากส่วนต่าง ๆ ของมะเกี๋ยงพืชอนุรักษ์ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลมะเกี่ยงและสารสกัดเมล็ดมะเกี่ยงมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูง งานวิจัยนี้จึงมุ่งที่การ ใช้ประโยชน์จากผลมะเกี่ยงและเมล็ดมะเกี่ยง โดยจะแยกวิเคราะห์เอกลักษณ์ และหาปริมาณสารสําคัญที่เป็น องค์ประกอบในสารสกัดเมล็ดมะเกี่ยงโดยใช้เทคนิคโครมาโทกราฟีแบบของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC-PDA) รวมทั้งทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดจากเมล็ดมะเกี่ยงด้วย ผลมะเกี่ยงสายพันธุ์ T1 และ T2-4054 ที่ ทําการเพาะปลูกในพื้นที่ฟาร์มของมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ และสายพันธุ์ RIT-4125 และ RIT-1199 จากพื้นที่เพาะปลูกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตลําปาง อ.เมือง จ.ลําปาง รวมทั้งสายพันธุ์ที่เพาะปลูกโดยเกษตรกรในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ผลมะเกี่ยงของแต่ละ สายพันธุ์จะถูกเก็บเกี่ยว นํามาแยกเมล็ด นําเมล็ดมาทําความสะอาดและอบแห้งที่อุณหภูมิ 50 +2 องศา เซลเซียส เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง เมล็ดมะเกี่ยงแห้งถูกบดให้เป็นผงละเอียดโดยใช้เครื่อง เก็บรักษาไว้ที่ อุณหภูมิ -21 องศาเซลเซียส จากนั้นนํามาสกัดโดยใช้ตัวทําละลาย 3 ชนิด คือ น้ําปราศจากไอออน สารละลาย เอทานอล และเมทานอล 80% แล้วนําไปสกัดด้วยเครื่องโฮโมจิไนเซอร์โดยใช้โพรบสกัดขนาดกลาง นําไป หมุนเหวี่ยงตะกอนโดยใช้เครื่องเซนตริฟิวส์ เก็บสารละลายสกัดส่วนใสนําไปเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ -21 องศา เซลเซียส สารละลายสกัดถูกนําไปวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ตรวจสอบฤทธิ์ในการต้าน อนุมูลอิสระของสารสกัดโดยวิธี DPPH scavenging และ Trolox equivalent antioxidant capacity (TEAC) ผลการทดลองพบว่าเมล็ดมะเกี่ยงสายพันธุ์ T2-4054 ที่สกัดโดยใช้ตัวทําละลายเมทานอลความเข้มข้น 80% มีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุดที่ 18.60 +0.11 mg GAE/g dry weight และมีคุณสมบัติในการต้าน อนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS สูงสุดที่ 90.37+2.78% และ 59.73+0.78 M TEAC/g sample ตามลําดับ เมื่อนํามาวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค HPLC-PDA พบว่าสามารถแยกพี่กสารสําคัญที่เป็นองค์ประกอบ คือ กรด แกลลิค ในปริมาณสูงสุด 7.29+1.95 mg GAE/g dry weight เมล็ดมะเกี่ยงจึงมีกรดแกลลิกเป็นองค์ประกอบ หลัก และมีปริมาณแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของสายพันธุ์มะเกี่ยง นอกจากนั้น ยังมีการศึกษาการผลิตสีผสมอาหารธรรมชาติจากผลมะเกี่ยงโดยการใช้เทคนิคการสกัด ด้วยไมโครเวฟและการอบแห้งแบบพ่นฝอย โดยการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ในส่วนแรกเป็นการศึกษา สภาวะที่เหมาะสมสําหรับการสกัดสารแอนโทไซยานินจากมะเกี่ยงโดยใช้คลื่นไมโครเวฟร่วม จากการทดลอง พบว่าสภาวะที่เหมาะสมสามารถสกัดแอนโทไซยานินจากมะเกี่ยงด้วยไมโครเวฟได้สูงสุด คือ ความเข้มข้นของ เอทานอลร้อยละ 60 (ร้อยละโดยปริมาตร) ระยะเวลาในการสกัด 9 นาที และกําลังของคลื่นไมโครเวฟ 450 วัตต์ ส่วนที่ 2 การศึกษาการผลิตสีผสมอาหารธรรมชาติจากมะเกี่ยงโดยใช้เครื่องอบแห้งแบบพ่นฝอย พบว่า ตัวอย่างผงสีผสมอาหารจากมะเกี่ยงที่เหมาะสม คือ ปริมาณมอลโตด็กตรินร้อยละ 5 โดยน้ําหนักต่อปริมาตร และปริมาณของแข็งที่ละลายได้ในน้ําของตัวอย่างสกัดที่ 4 องศาบริกซ์ โดยสภาวะการอบแห้งแบบพ่นฝอยที่ อุณหภูมิลมร้อนขาเข้า 160 องศาเซลเซียส ความเร็วปั้มร้อยละ 15 และอัตราการดูดลมเข้าร้อยละ 100 ส่วน ที่ 3 การศึกษาจลนพลศาสตร์และความคงตัวต่อแอนโทไซยานินของผงสีมะเกี่ยง พบว่าการสลายตัวของแอน โทไซยานินเป็นไปตามความสัมพันธ์ของปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง โดยเมื่ออุณหภูมิและเวลาของการเก็บรักษา เพิ่มขึ้น ค่าคงที่ของปฏิกิริยาการสลายตัวของแอนโทไซยานิน (K) จะเพิ่มขึ้น โดยค่าครึ่งชีวิตในผงสีมะเกี่ยง ลดลงจาก 29.51 สัปดาห์ เป็น 15.88 สัปดาห์ คําสําคัญ: มะเกี่ยง เมล็ดมะเกี่ยง กรดแกลลิค สารสําคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ HPLC-PDA สีผสมอาหาร วิธีพื้นที่ผิวตอบสนอง แอนโทไซยานิน