การพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน 4
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิด หลักการ วิธีการพัฒนาคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ๒) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพ รูปแบบการพัฒนาศักยภาพและการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษาเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ ๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการพัฒนา ศักยภาพและการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษาเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ ที่มีการปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนกุศลศึกษา ๔) เพื่อวิเคราะห์ปัญหา แนว ทางการแก้ไข และแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากร ทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติ ปัฏฐาน ๔ ๕) สัมภาษณ์การพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการ ศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงสารวจ (Survey Research) กลุ่มตัวอย่างใน การวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ทั้งหมด ๗๓ คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) สอบถามเกี่ยวกับการ พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติ ปัฏฐาน ๔ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า ที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี ของ LSD (Least Square Difference Method) ซึ่งผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและ ข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในโรงเรียนกุศลศึกษา พบว่า ผู้บริหาร ครู บุคลากร ทางการศึกษาโรงเรียนกุศลศึกษา กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน พบว่า ครูโรงเรียนกุศลศึกษา จานวน ๕๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๑๘ รองลงมาเป็นบุคลากรทางการศึกษา จานวน ๑๕ รูป/คน คิด เป็นร้อยละ ๑๘.๑๘ รองผู้อานวยการจานวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๖.๐๖ รองผู้อานวยการ จานวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๖๐ และผู้ช่วยผู้อานวยการ จานวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๖๐ ผู้อานวยการโรงเรียนกุศลศึกษา จานวน ๑ รูป คิดเป็นร้อยละ ๐.๓๐ ตามลำดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่เป็นเพศ หญิง จานวน ๕๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๙๕ รองลงมาเป็นเพศชาย จานวน ๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๕.๔๕ และพระภิกษุ จานวน ๓ รูป คิดเป็นร้อยละ ๐.๖๐ ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่มีอายุต่ากว่า ๓๐ ปี จานวน ๕๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๒๔ รองลงมาอายุ ๓๐ - ๔๐ ปี จานวน ๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๑๕ อายุ ๔๑ - ๕๐ ปี จานวน ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๐ และอายุ ๕๑ - ๖๐ ปี จานวน ๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๕๔ ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี จานวน ๔๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๒๔ รองลงมาประถมศึกษาจานวน ๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๐ ระดับการศึกษามัธยมศึกษา จานวน ๑๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๙.๕๐ ระดับปริญญาโท ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๕๔ ระดับปริญญาเอก จานวน ๑ รูป/คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๓๐ การศึกษาเปรียญ ธรรม ๙ ประโยค จานวน ๑ รูป คิดเป็นร้อยละ ๐.๓๐ การศึกษาระดับอื่น ๆ จานวน คน คิด เป็นร้อยละ ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน ๑๐,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐ บาท จานวน ๖๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๖.๙๖ รองลงมารายได้ต่อเดือน ต่ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท จานวน ๑๐ คิดเป็นร้อยละ ๓๙.๓๙ รายได้ต่อเดือน ๒๐,๐๐๐ - ๔๐,๐๐๐ บาท จานวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๓๓ และรายได้ต่อเดือน ๔๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จานวน ๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๓๐ ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จาแนกตามนับถือศาสนา กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่นับ ถือศาสนาพุทธ จานวน ๗๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่เคยบวชเป็นภิกษุ สามเณร หรือบวชชีพราหมณ์ถือศีลอุโบสถ ในพระพุทธศาสนา จานวน ๗๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจานวน ๗๓ คน ส่วนใหญ่เคยศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ พระพุทธศาสนา จานวน ๗๓คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ตามลาดับ กลุ่มตัวอย่างการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการ ศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ โดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครู และ บุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ ทั้ง ๔ การ พัฒนาด้านกายานุปัสสนา การพัฒนาด้านเวทนานุปัสสนา การพัฒนาด้านจิตตานุปัสสนา การพัฒนา ด้านธัมมานุปัสสนา อยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีดังนี้ ๑. การวิเคราะห์คะแนนระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตาม หลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านกายานุปัสสนา) พบว่า กลุ่มตัวอย่างการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ โดยรวมทุกข้อในด้านกา ยานุปัสสนา อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่ ๘ มากที่สุด,ส่วนข้อที่ ๒,๓,๕,๖, ๙, ๑๐, อยู่ในระดับมาก และส่วนข้อที่ ๑,๔,๗, อยู่ในระดับปานกลาง ๒. การวิเคราะห์คะแนนระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตาม หลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านเวทนานุปัสสนา)พบว่า กลุ่มตัวอย่างกลุ่มตัวอย่างการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ โดยรวมทุก ข้อ ในด้านเวทนา ในระดับมาก ๓. การวิเคราะห์คะแนนระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตาม หลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านจิตตานุปัสสนา)พบว่า กลุ่มตัวอย่างการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ โดยรวมทุกข้อในด้านจิต ตานุปัสสนา ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่ ๔, ๘, ๓, ๙, ๖, ๗, อยู่ในระดับมาก และส่วนข้อที่ ๕, ๑๐, ๑ อยู่ในระดับปานกลาง ๔. การวิเคราะห์คะแนนระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตาม หลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านธัมมานุปัสสนา)พบว่า กลุ่มตัวอย่างการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ โดยรวมทุกข้อ ในด้าน จิตตานุปัสสนา ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อตั้งข้อที่ ๑ ถึง ข้อที่ ๑๐ อยู่ใน ระดับมาก ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึก ปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (จาแนกตามดารงตาแหน่งปัจจุบันผู้ตอบแบบสอบถาม) ด้านต่างๆ จาแนกตามดารงตาแหน่งปัจจุบัน คือ ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ช่วยผู้บริหาร สถานศึกษาครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษานักเรียน โดยพิจารณาในภาพรวมทุกด้าน และโดย ภาพรวมในแต่ละด้าน พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านกลุ่มตัวอย่าง ที่มีการดารงตาแหน่งปัจจุบัน ต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ เมื่อ พิจารณาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขต ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นรายด้านคือ ด้านกายานุปัสสนา ด้านเวทนา นุปัสสนา ด้านจิตตานุปัสสนา ด้านธัมมานุปัสสนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีการดารงตาแหน่งปัจจุบัน แตกต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และโดยรวมทุกด้าน ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศล ศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านอายุผู้ตอบแบบสอบถาม) ด้านต่างๆ จาแนกตามอายุปัจจุบัน คือ ๓๐ – ๔๐ ปี ๔๑ – ๕๐ ปี ๕๑ – ๖๐ ปี ๖๐ ปีขึ้นไป และ อื่นๆ โดยพิจารณาในภาพรวมทุกด้าน และโดยภาพรวมในแต่ละด้าน พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านกลุ่ม ตัวอย่าง ที่มีการดารงตาแหน่งปัจจุบัน ต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่าง กัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนา ผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นรายด้านคือ ด้านกายานุปัสสนา ด้านเวทนานุปัสสนา ด้านจิตตานุปัสสนา ด้านธัมมานุปัสสนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ แตกต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกันอย่าง มีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และโดยรวมทุกด้าน ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึก ปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (ระดับการศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม) ด้านต่างๆ จาแนกตามระดับ การศึกษา คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เปรียญธรรม โดยพิจารณาในภาพรวมทุกด้าน และโดย ภาพรวมในแต่ละด้าน พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านกลุ่มตัวอย่าง ที่มีการดารงตาแหน่งปัจจุบัน ต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ เมื่อ พิจารณาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขต ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นรายด้านคือ ด้านกายานุปัสสนา ด้านเวทนา นุปัสสนา ด้านจิตตานุปัสสนา ด้านธัมมานุปัสสนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และ โดยรวมทุกด้าน ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึก ปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม) ด้านต่างๆ จาแนกตามสถานภาพ คือ โสด แต่งงาน หม้าย หย่า แยกทาง โดยพิจารณาในภาพรวมทุกด้าน และโดยภาพรวมในแต่ ละด้าน พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านกลุ่มตัวอย่าง ที่มีการดารงตาแหน่งปัจจุบัน ต่างกัน มีระดับการ พัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ เมื่อพิจารณา เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นรายด้านคือ ด้านกายานุปัสสนา ด้านเวทนานุปัสสนา ด้านจิตตานุปัสสนา ด้านธัมมานุปัสสนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีระดับการ พัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และโดยรวมทุก ด้าน ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึก ปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (รายได้ของผู้ตอบแบบสอบถาม) ด้านต่างๆ จาแนกตามรายได้ต่อเดือน คือ ต่ากว่าหนึ่งหมื่น หนึ่งหมื่นถึงสองหมื่น สองหมื่นถึงสามหมื่น สามหมื่นถึงสี่หมื่น มากกว่าสี่ หมื่นบาทขึ้นไป โดยพิจารณาในภาพรวมทุกด้าน และโดยภาพรวมในแต่ละด้าน พบว่า โดยภาพรวม ทุกด้านกลุ่มตัวอย่าง ที่มีการดารงตาแหน่งปัจจุบัน ต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการ พัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขต ตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นรายด้านคือ ด้านกายา นุปัสสนา ด้านเวทนานุปัสสนา ด้านจิตตานุปัสสนา ด้านธัมมานุปัสสนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ ต่อเดือนแตกต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๑ และโดยรวมทุกด้าน ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการฝึก ปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (การนับถือศาสนาของผู้ตอบแบบสอบถาม) ด้านต่างๆ จาแนกตามการ นับถือศาสนา คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนาอื่นๆ โดยพิจารณาใน ภาพรวมทุกด้าน และโดยภาพรวมในแต่ละด้าน พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านกลุ่มตัวอย่าง ที่มีการนับ ถือศาสนา ต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๑ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นรายด้านคือ ด้าน กายานุปัสสนา ด้านเวทนานุปัสสนา ด้านจิตตานุปัสสนา ด้านธัมมานุปัสสนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มี การนับถือศาสนา แตกต่างกัน มีระดับการพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ แตกต่างกันอย่างมี นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และโดยรวมทุกด้าน ผลวิเคราะห์ปัญหา แนวทางการแก้ไข และแนวการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ ผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้ วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ๑) วิเคราะห์ปัญหา แนวทางการแก้ไข และแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้ วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านกายานุปัสสนา) สรุปวิเคราะห์ปัญหา (ด้านกายานุปัสสนา) ๑) ผู้บริหารสั่งการโดยมิได้บ่อล่วงหน้า ๒) นักเรียนส่งเสียงดังตลอดเวลาครูอบรมหน้าเสาธรตอนเช้า ๓) นักเรียนเกียงกันทาเวรในตอนเช้า ๔) ครูและบุคลากรขาดการทางานเป็นทีมในบางครั้งอาจเกิดจากการสั่งการจากผู้บริหารที่ไม่ชัดเจน สรุปวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขและแนวทางการพัฒนาผู้บริหาร (ด้านกายานุปัสสนา) ๑) ให้เลขานุการหรือธุรการบันทึกข้อความแล้วส่งต่อให้ผู้ใต้บังคบบัญชาทราบ ๒) ให้เลขานุการหรือ ธุรการบันทึกข้อความแล้วส่งต่อให้ผู้ใต้บังคบบัญชาทราบ ๓) ให้ครูเวรและครูประจาชั้นช่วยเข้มงวด เป็นพิเศษ ๔) ครูอบรมและสร้างนิสัยให้เกิดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตนเอง ๕ ) ประชุมก่อน ปฏิบัติงานทุกครั้งและสรุปการทางานในที่ประชุม ๒) วิเคราะห์ปัญหา แนวทางการแก้ไข และแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้ วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านเวทนานุปัสสนา) สรุปวิเคราะห์ปัญหา (ด้านเวทนานุปัสสนา) ๑) ครู มีความรู้สึกไม่สบายใจเมื่อนักเรียน โดนดุจากครูท่านอื่น ๒) นักเรียนรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องการไม่ส่งการบ้าน ๓) ผู้บริหารรู้สึกกังวล เกี่ยวกับการบริหารงานด้านบุคลากรที่ไม่ ๔) เพียงพอต่อจานวนนักเรียนที่มากเกินไป สรุปวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขและแนวทางการพัฒนาผู้บริหาร (ด้านเวทนานุปัสสนา) ๑) ปรับความเข้าใจระหว่างครูและนักเรียนด้วยกันเอง ๒) ครูให้การแนะนาเรื่องการรับผิดชอบและ การไม่ทาความคั่งค้างมากเกินไป ๓) ประชุมครูและบุคลากรเพื่อหาแนวทางในการบริหารงาน บุคลากรและสรรหาครูเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนให้เพียงพอ ๓) วิเคราะห์ปัญหา แนวทางการแก้ไข และแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้ วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านจิตตานุปัสสนา) สรุปวิเคราะห์ปัญหา (ด้านจิตตานุปัสสนา) ๑) ครูและบุคลากรขาดขวัญกาลังใจในการ ทางานและภาระงานที่มากเกินความจาเป็น เช่น งานธุรการและเอกสารการประเมินที่เพิ่มมากขึ้นเกิน ความจาเป็นซึ่งไม่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอน ๒) ครูและบุคลากรบ้างท่านมีปัญหาด้าน การเงินและการเป็นอยู่ และบ้างครั้งก็ส่งผลกระทบต่อการทางานโดยตรงและไม่เกิดประสิทธิภาพ เท่าที่ควรนักเรียนมีปัญหาด้านสภาพจิตใจและปัญหานั้นเกิดจากครอบครัว สรุปวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขและแนวทางการพัฒนาผู้บริหาร (ด้านจิตตานุปัสสนา) ๑)ผู้บริหารและฝ่ายบริหารงานบุคคลร่วมกับครูและบุคลากรทุกฝ่ายร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไข โดย ให้ครูสอนอย่างเดียวส่วนงานเอกสารเป็นงานของฝ่ายธุรการ ร่วมกับครูพิเศษที่ไม่มีชั่วโมงมาก ให้ ช่วยกันทางานเอกสารการประเมิน และหลังจากงานเสร็จมีงานเลี้ยงและศึกษาดูงานต่างจังหวัดเพื่อ เสริมแรงกายแรงใจในการทางานของ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ๒) ทางโรงเรียน มีนโยบายด้านการเงินทุนและกู้ยืมแบบดอกเบี้ยต่าช่วยเหลือทาให้ลดภาระลงไปบ้างในบ้างครั้งทาให้ ครูและบุคลากรมีขวัญและกาลังใจในการทางานเพิ่มมากขึ้น ๓) ครูและผู้บริหารร่วมกันหาทางออก โดยนานักเรียนเข้ามารับการแนะแนวปัญหาและหาทางแก้ไขเป็นรายบุคคลโดยเฉพาะที่ปัญหาด้าน ครอบครัวและมีความบกพร่องทางการเรียนรู้หรือเด็กพิเศษ ๔) วิเคราะห์ปัญหา แนวทางการแก้ไข และแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยใช้ วิธีการฝึกปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านธัมมานุปัสสนา) สรุปวิเคราะห์ปัญหา (ด้านธัมมานุปัสสนา) ๑) ครูและบุคลากรทางการศึกษาบ้างท่านยัง สติยับยั้งชั่งใจในการทางานและการบริหารจัดการห้องเรียน ๒) ครูและผู้บริหารบางครั้งใช้อารมณ์ หรือความคิดเห็นส่วนตัวในการแก้ปัญหาโดยขาดสติและบางครั้งทาให้กระทบกระเทือนจิตใจของ เพื่อนรวมงานด้วยกัน ๓) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และเกิด ความวิตกกังวลด้วยในการบริหารงาน การจัดกระบวนการเรียนการสอน และบางครั้งก็ไม่ปล่อยวาง การทางานหรือเคร่งเครียดกับงานมากเกินไป สรุปวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขและแนวทางการพัฒนาผู้บริหาร (ด้านธัมมานุปัสสนา) ๑)ครูและผู้บริหารพร้อมทั้งบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนกุศลศึกษามีแนวการปฏิบัติตามหลัก พระพุทธศาสนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ ในการทางาน ๒) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรร่วมกันปฏิบัติ ธรรมตามแนวทางพระพุทธศาสนาโดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมตามหลักสติปัฏ ฐาน ๔ โดยเฉพาะโรงเรียนกุศลศึกษา ปัจจุบันมีนโยบายการปฏิบัติธรรมของผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษาทุกท่านเพื่อเสริมสร้างสติ ปัญญาของบุคลากร ๓) ผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศึกษามีความรู้และเท่าเหตุการณ์และความวิตกกังวลด้วย การปล่อยวางอย่างเข้าใจโดยใช้ หลักสติปัฏฐาน ๔ โดยเฉพาะหลัก ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ๔ สรุปบทสัมภาษณ์การพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนกุศลศึกษา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ การพัฒนาโดยใช้หลักสติปัฏฐานถือว่าเป็นอีกมิติหนึ่ง ใน การบริหารการศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการ ศึกษา เพราะสังคมและการดาเนินชีวิตในยุคปัจจุบันนี้เน้นการบริหารแบบตะวันตกมากเกินไปจนลืม มองการใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาซึ่งแก่นแท้การดาเนินชีวิตอีกอย่างหนึ่งนั้นเอง การที่ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเสริมแนวทางการทางานและ การปฏิบัติ โดยเฉพาะหลักสติปัฏฐาน ๔ (ด้านกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน) การพึ่งพิจารณาถึงร่างกาย ของเราว่ามีแรงกายแรงใจหรือ มีพลังพอที่จะสู้กับงานและสู้กับลูกศิษย์ที่น่ารักทุกวันก็พอแล้วเพราะ ตัวครูเองแก่มากแต่ร่างกายยังสามารถต่อสู้ กับงานได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาเข้าเป็นตัวช่วย การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่สงบสุขได้นั้น จาเป็นต้องมีกฎ กติกา หรือ ข้อกาหนดกฎหมายเพื่อควบคุมกากับความประพฤติของคนในสังคมให้มีแนวทางปฏิบัติที่ดีงามและ เป็นสมาชิกที่ดีของสังคมภายใต้มาตรฐานเดียวกัน สาหรับสังคมชาวพุทธ เรียก หลักหรือระเบียบที่ ควบคุมความประพฤติของคนและกิจการของชุมชนให้เรียบร้อยดีงามและสร้างความรักในหมู่คณะครู ด้วยกับต้องร่วมมือร่วมใจและใช้หลักธรรม (ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน) การปฏิบัติตามหลัก (กายา นุปัสสนาสติปัฏฐาน) ช่วยให้ครูและนักเรียนที่อยู่ร่วมกันในโรงเรียนต่าง มีความสุขหรือไม่หวาด ระวางว่าจะมีใครที่คิดจะขโมยทรัพย์สินหรือสิ่งของเพื่อนครูและนักเรียนด้วยกัน ว่าการไม่ฉกฉวย หรือขโมยของคนอื่นมาเป็นของตนนั้นเป็นการรักษาศีลตามหลักพระพุทธศาสนา และเหมือนคาพูด ทั่วไปที่ว่าใจเขาใจเรา อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและรักกันได้นาน นี้เป็นเหมือนแรงผลักดันอย่างหนึ่ง ของครูและบุคลากรทางการศึกษาเพราะว่าการรักษาศีลถือเป็นการปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐานในด้าน (กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน) เพราะคนเราถ้าควบคุมกายดีแล้ว การประพฤติปฏิบัติงานก็จะดีตามมา ด้วย ฉะนั้นเราเองในฐานะที่เป็นชาวพุทธนับถือพระพุทธศาสนาก็ควรตระหนักในศีลข้อนี้ให้ดี การไม่ พูดปลดหรือการไม่พูดคาหยาบโดยเฉพาะในสถานศึกษาหรือภายในโรงเรียน การพูดคุยกันขณะเรียน หนังสือหรือการทาการสอนนั้น นักเรียนควรให้เกียรติและเคารพในกติกาภายในห้องเรียน โดยเฉพาะเราในฐานะเป็นนักเรียนต้องเคารพกติกาของโรงเรียนห้องเรียนและเคารพในตัวครู และ การกระทาเหล่านี้เข้าหลักการปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐานใน (ด้านกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน) การ บริหารงานหรือการปฏิบัติในการสถานศึกษาโดยเฉพาะ โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนของวัดใน พระพุทธศาสนาเป็นกระบวนการบริหารการศึกษาที่เน้นหลักการ ทางพระพุทธศาสนาเป็นสาคัญโย เฉพาะอย่างยิ่ง หลักสติปัฏฐาน ๔ เพราะการนาหลักเหล่ามาประยุกต์ในการบริหารย่อมมีเหตุผลที่ สาคัญยิ่งเพราะการประยุกต์หลักธรรมในการบริหารงานการศึกษาถือว่าเป็น เรื่องที่สาคัญมาก พอสมควร ดังนั้นทางผู้บริหารโรงเรียนจึงมองเห็นเป้าหมายในการบริหารโรงเรียนของใน พระพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่ง