ประสิทธิภาพของการใช้สารสกัดหยาบจากใบและเนื้อในเมล็ดมะม่วง (Mangifera sp.) สายพันธุ์ต่างๆ ในการยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มะม่วง (Mangifera indica L.) จัดอยู่ในวงศ์ Anacardiaceae เป็นไม้ผลที่มีการใช้ประโยชน์จากส่วนของใบและส่วนของเมล็ดค่อนข้างน้อย เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากส่วนเหลือทิ้ง มะม่วงเป็นไม้ผลที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียได้ จากการศึกษาโดยใช้สายพันธุ์มะม่วงจำนวน 6 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้ เขียวเสวย อกร่อง แก้ว กะล่อน และมะม่วงป่า ทำการสกัดสารสกัดหยาบจากส่วนใบและส่วนเนื้อในเมล็ดมะม่วงด้วยตัวทำละลาย 4 ชนิด ได้แก่ เอทานอล 50 และ 95 เปอร์เซ็นต์ เมทานอล และอะซิโตน พบว่า สามารถยับยั้งแบคทีเรียแกรมบวก (S. aureus และ B. cereus) และแบคทีเรีย แกรมลบได้ (E. coli และ P. aeruginosa) สารสกัดหยาบจากใบมะม่วงส่วนใหญ่ที่สกัดด้วยเมทานอล เอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ และอะซิโตน ที่ระดับความเข้มข้น 500 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ E. coli และ S. aureus ได้ดีกว่าสารสกัดหยาบจากใบมะม่วงที่ใช้ เอทานอล 50 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดหยาบจากใบมะม่วงกะล่อนที่สกัดด้วยเมทานอลที่ระดับความเข้มข้น 500 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ E. coli ได้ดีกว่าแบคทีเรียชนิดอื่น โดยวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งได้เท่ากับ 16 มิลลิเมตร และมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (MIC) เท่ากับ 300-350 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนสารสกัดหยาบจากเนื้อในเมล็ดมะม่วงทุกสายพันธุ์ที่สกัดด้วยเอทานอล 50 และ 95 เปอร์เซ็นต์ ที่ระดับความเข้มข้น 500 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียทุกชนิดที่ใช้ทดสอบได้ดีกว่าสารสกัดหยาบจากเนื้อในเมล็ดมะม่วงที่ใช้เมทานอลและอะซิโตน และพบว่าสารสกัดหยาบจากเนื้อในเมล็ดมะม่วงอกร่องสกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ ที่ระดับความเข้มข้น 500 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ E. coli และ P. aeruginosa ได้ดีกว่าแบคทีเรียชนิดอื่น โดยวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งได้เท่ากับ 23 มิลลิเมตร และมีค่า MIC 62.5 และ 31.25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร แสดงให้เห็นว่าสารสกัดหยาบจากเนื้อในเมล็ดมะม่วงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียได้ดีกว่าสารสกัดหยาบจากส่วนใบมะม่วงที่ใช้ในการทดสอบ