กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้เป็นศึกษาวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาสารสกัดของเมล็ดและเปลือกมะม่วงเพื่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด และพิษวิทยาระดับเฉียบพลันของสารสกัดหยาบของเมล็ดและเปลือกมะม่วงในจานทดลองและในสัตว์ทดลอง โดยดำเนินการวัดปริมาณสาระสำคัญเบื้องต้น ได้แก่ Gallic acid และ Mangiferin ด้วยเครื่อง U/HPLC และ การตรวจสอบสารพฤกษเคมีเบื้องต้น 5 ชนิด ได้แก่ เทอร์ปีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน แอลคาลอยด์ และแทนนิน วิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH assay และวิธี FRAP assay ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการยับยั้งเอนไซม์ alpha-glucosidase และ เอนไซม์ alpha-amylaseในจานทดลอง การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัดของเมล็ดและเปลือกมะม่วงเพื่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดในหนูเบาหวานผลการวิจัย พบว่า พบว่าการสกัดเปลือกมะม่วง ด้วย 95% Ethanol ด้วยวิธีการ Stirring ให้ % Yield เท่ากับ 17.19% และการสกัดเมล็ดในของมะม่วง ด้วย 95% Ethanol ด้วยวิธีการ Stirring ให้ % Yield เท่ากับ 8.67% ในสารสกัดเปลือกมะม่วงมีปริมาณ Gallic acid อยู่ 0.35 ? 0.01 (% w/w) แต่ไม่มี Mangiferin ส่วนสารสกัดเมล็ดในของมะม่วง พบว่ามีปริมาณ Gallic acid อยู่ 0.45 ? 0.01 (% w/w) และมีปริมาณ Mangiferin เท่ากับ 0.14 ? 0.01 (% w/w) สารสกัดเปลือกของมะม่วงมีสารกลุ่มแทนนินปริมาณปานกลาง ส่วนสารสกัดเมล็ดในของมะม่วงมีสารในกลุ่มเทอร์ปีนอยด์ และแทนนินปริมาณมาก สารสกัดเมล็ดในของมะม่วง ด้วย 95% Ethanol มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุด คือ 114.22?8.36 mg GAE/g crude extract ค่าความเข้มข้นที่สารสกัดที่แสดงประสิทธิภาพในการยับยั้งสารอนุมูลอิสระได้คิดเป็นร้อยละ 50 ( IC50) ของสารสกัดเปลือกของมะม่วง และสารสกัดเมล็ดในของมะม่วง ด้วยวิธี DPPH assay เท่ากับ 198.85?13.40 ?g/ml และ 194.63?6.46 ?g/ml ตามลำดับ และ ค่าความสามารถในการเป็นสารต้านออกซิเดชัน แสดงในรูปของค่า FRAP value ของสารสกัดเปลือกของมะม่วง และสารสกัดเมล็ดในของมะม่วง เท่ากับ 886.15?4.16 ?M/mg sample และ 1,392.75?2.21 ?M/mg sample ตามลำดับการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดหยาบเปลือกและเมล็ดในของมะม่วงในจานทดลอง พบว่า สารสกัดเปลือกมะม่วงและเมล็ดในมะม่วงมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ alpha-glucosidase ซึ่งมีความแรงคิดเป็น 43.92 และ 19.69 เท่า ของสารมาตรฐาน acarbose นอกจากนี้สารสกัดเปลือกมะม่วงและเมล็ดในมะม่วงยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ alpha-amylase ซึ่งมีความแรงคิดเป็น 0.017 และ 0.003 เท่า ของสารมาตรฐาน acarbose โดยไม่ก่อให้เกิดพิษต่อเซลล์ปกติจากผลการศึกษาสารสกัดหยาบจากเมล็ดเนื้อในมะม่วงในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดน่าจะมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยหนูกลุ่มเบาหวานที่ได้รับสารสกัดจากเมล็ดเนื้อในมะม่วงขนาด 1000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการปกป้องความเสียหายของเซลล์ไอซ์เลตในหนูเบาหวาน ในส่วนของความทนทานต่อน้ำตาลในหนูเบาหวาน พบว่าหนูกลุ่มเบาหวานที่ได้รับสารสกัดจากเมล็ดเนื้อในมะม่วงขนาด 1000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นเวลา 30 วัน สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดภายใน 120 นาที อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังอาจส่งผลเพิ่มการทำงานของเบต้าเซลล์ในตับอ่อนให้มีการหลั่งของอินซูลินเพิ่มขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อตับและไตในหนูเบาหวาน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
. TRL 4 ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพต้นแบบจากเมล็ดและเปลือกมะม่วงที่ผ่านการทดลองทางห้องปฏิบัติการในระดับสัตว์ทดลอง.
TRL 1 จากการทบทวนวรรณกรรมที่ผ่านมาพบว่า สารสกัดจากเมล็ดและเปลือกมะม่วง (Mangifera indica L.)มีฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดทั้งในเซลล์ (in vitro) และในสัตว์ทดลอง (in vivo)พบว่าสารสกัดเปลือกมะม่วงสามารถยับยั้ง ?-amylase และ ?-glucosidaseได้( HYPERLINK "https://onlinelibrary.wiley.com/action/doSearch?ContribAuthorStored=Gondi%2C+Mahendranath" Mahendranath Gondi et al., 2014) และสารสกัดเปลือกและเมล็ดในมะม่วงสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย streptozotocin(Emmanuel A. I. et al., 2016; HYPERLINK "https://onlinelibrary.wiley.com/action/doSearch?ContribAuthorStored=Gondi%2C+Mahendranath" Mahendranath Gondi et al., 2014; Gondi et al., 2014) และมีพิษต่อตับและไตน้อยกว่าการใช้ยา metformin เมื่อทดลองในหนู ( HYPERLINK "https://onlinelibrary.wiley.com/action/doSearch?ContribAuthorStored=Gondi%2C+Mahendranath" Mahendranath Gondi et al., 2014)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
SRL 4องค์ความรู้ทางวิชาการในระดับเซลล์ และสัตว์ทดลองจะถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพต้นแบบ และถ่ายทอด แต่ยังไม่ผ่านการทดลองในมนุษย์ ข้อมูลการวิจัยจะถูกถ่ายทอด และประชุมกับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนเพื่อหาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบภาคสนามต่อไป
SRL1การวิเคราะห์ปัญหาและกาหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีทางด้านสังคมที่มีจากการประชุมกลุ่มย่อยกับประธานวิสาหกิจ (ว่าที่ ร.ต.ชนะ ไชยชนะ) และเครือข่ายได้ข้อสรุปความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจคือต้องการใช้วัสดุทางการเกษตรที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ในเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มวิสาหกิจและชุมชน และลดขยะชุมชน และจากการทบกวนวรรณกรรมร่วมกันพบความเป้นไปได้ของการนำเปลือก และเมล็ดในมะม่วงที่เหลือทิ้งอย่างน้อย 100 ตันต่อเดือนมาแปรรูปเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพต่อไป โดยกลุ่มวิสาหกิจมีศักยภาพในการเตรียมวัสดุตั้งต้นได้ด้วยตนเองอยู่แล้วเนื่องจากเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีเครื่องมือในอุสาหกรรมพอสมควร ได้แก่ เครื่องอบลมร้อน เครื่องฟรีซดราย (Freeze drieder) เพียงแต่ขาดข้อมูลทางวิชาการ ได้แก่ผลการวิจัยในระดับเซลล์ และสัตว์ทดลอง เพื่อนำมายืนยันผลการเสริมสุขภาพและพิษวิทยา