การผลิตสารมูลค่าสูงจากกล้วยไม้สกุลหวายเพื่อขึ้นทะเบียนอาหารใหม่และการใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเชิงหน้าที่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตสารสกัดจากกล้วยไม้สกุลหวายเอื้องดอกมะลิด้วยกระบวนการผลิตที่เหมาะสมในระดับขยายขนาดการผลิต ประเมินความปลอดภัยของสารสกัดกล้วยไม้สกุลหวาย และ พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสมุนไพรกล้วยไม้สำเร็จรูปชนิดผง การผลิตสารสกัดเอื้องดอกมะลิโดยการสกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอล 70 % ในระดับขยายสเกลการผลิต ได้ผลผลิตสารสกัด ร้อยละ 13.73 สารสกัดมีส่วนประกอบของสารฟีนอลิกทั้งหมดเท่ากับ 38.52?0.19 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัมสารสกัด มีปริมาณสารฟลาโวนอยด์เป็นองค์ประกอบเท่ากับ 15.49?0.11 มิลลิกรัมสมมูลคาเทชินต่อกรัมสารสกัด มีสาร gigantol เป็นองค์ประกอบในปริมาณ 3.63?0.18 มิลลิกรัมต่อกรัมสารสกัด สารสกัดจากเอื้องดอกมะลิมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ ?-glucosidase และ ?- amylase ได้ดี มีค่าความเข้มข้นที่สามารถยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ได้ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 34.02?0.35 และ 12.07?0.36 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และสารสกัดที่ระดับความเข้มข้น 500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรสามารถยับยั้งเอนไซม์ HMG COA reductase ได้ร้อยละ 22.34?0.63 การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสมุนไพรกล้วยไม้สำเร็จรูปชนิดผง (orchid herbal tea) พบว่า ชาที่ได้จากการพัฒนามีส่วนของสูตรผสมสารสกัดสมุนไพรเก๊กฮวยและมะตูมและสารสกัดเอื้องดอกมะลิ ผลิตภัณฑ์ชามีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลอ่อนสามารถนำมาชงชาได้ทั้งในน้ำร้อนและน้ำเย็น ผู้บริโภคให้การยอมรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนาร้อยละ 98 การทดสอบความปลอดภัยของสารสกัดกล้วยไม้เอื้องดอกมะลิในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 30 คน พบว่า การบริโภคสารสกัดกล้วยไม้เอื้องดอกมะลิเสริม ปริมาณ 11.5 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงค่าชีวเคมีคลินิกในเลือดที่ใช้ประเมินการเปลี่ยนแปลงทางพิษวิทยาในคนที่มีสุขภาพดี และไม่มีรายงานผลข้างเคียงอื่นๆ การทดสอบฤทธิ์ลดไขมันและน้ำตาลในเลือดในอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โดยทดสอบในอาสาสมัครที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมีระดับกลูโคสในเลือดหลังงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 100-125 มล./ดล. และมีดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 23 กก./ม2 ขึ้นไปและมีร้อยละไขมันในร่างกาย ตั้งแต่ร้อยละ 21 ขึ้นไป ออกแบบวิธีวิจัยโดยใช้วิธี single blind, placebo-controlled, randomized trial โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุม (PLA) ได้รับสารที่ไม่มีสารสกัด Dendrobium จำนวน 11 คน 2) กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ได้รับสารสกัด Dendrobium เสริม ปริมาณ 11.50 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน จำนวน 12 คน 3) กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ออกกำลังกายแบบผสมผสานเพียงอย่างเดียว (EXE) จำนวน 13 คน และ 4) กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ได้รับสารสกัด Dendrobium เสริม ปริมาณ 11.50 มิลลิกรัมต่อคนต่อวันร่วมกับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน (DEN+EXE) จำนวน 12 คน พบว่า การบริโภคสารสกัดกล้วยไม้เอื้องดอกมะลิ เสริมปริมาณ 11.5 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน มีผลช่วยลดระดับกลูโคสในเลือด และลดภาวะต้านทานต่ออินซูลินเมื่อเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการศึกษา และมีผลช่วยลดดัชนี Adipo-IR ซึ่งเป็นดัชนีที่บ่งชี้ถึงความต้านทานของเนื้อเยื่อไขมันต่อฤทธิ์ต้านการสลายไขมันของอินซูลินเมื่อเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการศึกษา และเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้หากมีการบริโภคสารสกัดกล้วยไม้เอื้องดอกมะลิเสริมร่วมกับการออกกำลังกายแบบผสมผสานจะมีผลช่วยลดระดับฮอร์โมนอินซูลินในเลือด และภาวะต้านทานต่ออินซูลินได้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการศึกษา และเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม คำสำคัญ: เอื้องดอกมะลิ, สารสกัด, สารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่, การทดสอบความปลอดภัย, การทดสอบประสิทธิภาพ