Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรแห้งที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูง

ปริตา ธนสุกาญจน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อ พัฒนาผลิตภัณฑ์ขายมุนไพรที่มีควนสามารมในการต้านอนมูล อิสระสูง ผักเชียงดา (Gymnema indorum (Lour.) Decne.) เป็นสมุนไพรของไทยที่มีปริมาณสาร ต้านอนุมูลอิสระสูงและมีความสามารถในการลดน้ำตาลในเลือด การศึกษากรรมวิธีที่เหมาะสมในการ ผลิตชาจากผักเชียงดา โดยศึกษาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอบผักเชียงดา (60 องศาเซลเชียส และ 80 องศาเซลเชียส) และวิธีเตรียมก่อนการอบต่างๆ ได้แก่ ไม่ผ่านการลวกและอบที่ 60 องศาเซลเซียส ผ่านการลวกและอบที่ 60 องศาเซลเซียส ผ่านการลวกผสมแอสคอร์บิก 0.05% และอบที่ 60 60 องศา เซลเซียส และผ่านการลวกผสมแอลอร์บิ๊ก 0.196และอบที่ 60 องศาเซลเชียส ต่อคุณภาพของเชียงดา แห้งและน้ำชาที่สกัดจากเชียงดาเปรียบเทียบกับเชียงดาสดและเชียงดาแห้งทางการค้า พบว่า กรรมวิธี ที่เหมาะสมคือการลวกที่อุณหภูมิ 95 องศาเซลเซียส 1 นาทีก่อนอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็น เวลา 8 ชั่วโมง น้ำชาที่สกัดได้มีปริมาณสารประกอบฟืนอลิกทั้งหมด 226.860+10.11 มิลลิกรัมกรด แกลลิกต่อมิลลิลิตร ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 38.632+8.04 มิลลิกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร การยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส 853.175+44.7 มิลลิกรัมของ Acarbose@ ต่อ 1 มิลลิลิตร สูตรชาสมุนไพรแห้งที่พัฒนาได้ คือ สูตรที่ 1 ชาผักเชียงดา 50% ชาใบหม่อน 20% ชาอู่หลง 30% น้ำชาที่สกัดได้มีปริมาณสารประกอบฟืนอลิกทั้งหมด 187.106+3.316 มิลลิกรัมกรด แกลลิกต่อมิลลิลิตร ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 20.933+0.246 มิลลิกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร ด้วยวิธี ABTS assay 51.858+7.208 ไมโครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร ด้วยวิธี FRAP 85.911+1.793 ไม่โครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร การยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคชิเดส 84.957+0.824 มิลลิกรัมของ Acarbose@ ต่อ 1 มิลลิลิตร และ สูตรที่ 2 ขาผักเชียงดา 50% ชาโบ หม่อน 30% ชาเขียว 20% น้ำชาที่สกัดได้มีปริมาณสารประกอบฟืนอลิกทั้งหมด 120.440+8.024 มิลลิกรัมกรดแกลลิกต่อมิลลิลิตร ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 14.968+1.345 มิลลิกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร ด้วยวิธี ABTS 32.532+6.725 ไมโครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลลิลิตร ด้วยวิธี FRAP 48.616+0.949 ไมโครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิลิตร การยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคชิ เดส 86.153+2.664 มิลลิกรัมของ Acarbose@ ต่อ 1 มิลลิลิตร เมื่อทดสอบทางประสาทสัมผัสโดย การให้คะแนนตามความชอบ (1 = ไม่ชอบมากที่สุด 9 = ชอบมากที่สุด) พบว่าคะแนนเฉลี่ยความชอบ รวม 6.58+1.13 และ 6.20+1.47 อยู่ในช่วงชอบเล็กน้อยถึงชอบปานกลาง ตามลำดับ เมื่อเก็บรักษา งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อ พัฒนาผลิตภัณฑ์ขายมุนไพรที่มีควนสามารมในการต้านอนมูล อิสระสูง ผักเชียงดา (Gymnema indorum (Lour.) Decne.) เป็นสมุนไพรของไทยที่มีปริมาณสาร ต้านอนุมูลอิสระสูงและมีความสามารถในการลดน้ำตาลในเลือด การศึกษากรรมวิธีที่เหมาะสมในการ ผลิตชาจากผักเชียงดา โดยศึกษาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอบผักเชียงดา (60 องศาเซลเชียส และ 80 องศาเซลเชียส) และวิธีเตรียมก่อนการอบต่างๆ ได้แก่ ไม่ผ่านการลวกและอบที่ 60 องศาเซลเซียส ผ่านการลวกและอบที่ 60 องศาเซลเซียส ผ่านการลวกผสมแอสคอร์บิก 0.05% และอบที่ 60 60 องศา เซลเซียส และผ่านการลวกผสมแอลอร์บิ๊ก 0.196และอบที่ 60 องศาเซลเชียส ต่อคุณภาพของเชียงดา แห้งและน้ำชาที่สกัดจากเชียงดาเปรียบเทียบกับเชียงดาสดและเชียงดาแห้งทางการค้า พบว่า กรรมวิธี ที่เหมาะสมคือการลวกที่อุณหภูมิ 95 องศาเซลเซียส 1 นาทีก่อนอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็น เวลา 8 ชั่วโมง น้ำชาที่สกัดได้มีปริมาณสารประกอบฟืนอลิกทั้งหมด 226.860+10.11 มิลลิกรัมกรด แกลลิกต่อมิลลิลิตร ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 38.632+8.04 มิลลิกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร การยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส 853.175+44.7 มิลลิกรัมของ Acarbose@ ต่อ 1 มิลลิลิตร สูตรชาสมุนไพรแห้งที่พัฒนาได้ คือ สูตรที่ 1 ชาผักเชียงดา 50% ชาใบหม่อน 20% ชาอู่หลง 30% น้ำชาที่สกัดได้มีปริมาณสารประกอบฟืนอลิกทั้งหมด 187.106+3.316 มิลลิกรัมกรด แกลลิกต่อมิลลิลิตร ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 20.933+0.246 มิลลิกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร ด้วยวิธี ABTS assay 51.858+7.208 ไมโครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร ด้วยวิธี FRAP 85.911+1.793 ไม่โครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร การยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคชิเดส 84.957+0.824 มิลลิกรัมของ Acarbose@ ต่อ 1 มิลลิลิตร และ สูตรที่ 2 ขาผักเชียงดา 50% ชาโบ หม่อน 30% ชาเขียว 20% น้ำชาที่สกัดได้มีปริมาณสารประกอบฟืนอลิกทั้งหมด 120.440+8.024 มิลลิกรัมกรดแกลลิกต่อมิลลิลิตร ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 14.968+1.345 มิลลิกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิตร ด้วยวิธี ABTS 32.532+6.725 ไมโครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลลิลิตร ด้วยวิธี FRAP 48.616+0.949 ไมโครกรัมของ trolox ต่อมิลลิลิลิตร การยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคชิ เดส 86.153+2.664 มิลลิกรัมของ Acarbose@ ต่อ 1 มิลลิลิตร เมื่อทดสอบทางประสาทสัมผัสโดย การให้คะแนนตามความชอบ (1 = ไม่ชอบมากที่สุด 9 = ชอบมากที่สุด) พบว่าคะแนนเฉลี่ยความชอบ รวม 6.58+1.13 และ 6.20+1.47 อยู่ในช่วงชอบเล็กน้อยถึงชอบปานกลาง ตามลำดับ เมื่อเก็บรักษา

คำสำคัญ

Antioxidant activityความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระHerbal teaชาสมุนไพร

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนากระบวนการทำแห้งชาเขียว และสมุนไพร ขมิ้นชัน ด้วยเทคโนโลยีไมโครเวฟ

สถิระ หิรัญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาต้านอนุมูลอิสระจากพืชผักพื้นบ้าน จังหวัดกําแพงเพชร

ขวัญดาว แจ&#63242, มแจ&#63243และอีก 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร พ.ศ. 2558

โครงการการใช้สารสกัดหยาบจากกากชาในสุกรขุน

ขุนพล พงษ์มณี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พ.ศ. 2552

การศึกษาความสามารถในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ของชาเขียวจากต้นอ่อนข้าว

ชินานาตย์ ไกรนารถ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2561

การวิเคราะห์สารสำคัญและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของพืชสมุนไพรท้องถิ่น ในภาคเหนือเพื่อพัฒนาเป็นชาสมุนไพรสำเร็จรูป

พรหทัย พุทธวัน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2561

การพัฒนาชาข้าวก่ำเพาะงอกพร้อมชง

บุศราภา ลีละวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2557

สารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของ ชาดอกไม้ 3 ชนิดในจังหวัดสกลนคร

จตุพร ประทุมเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2562

ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของใบชาโมโรเฮยะที่ผ่านกระบวนการอบแห้งด้วยอากาศร้อน

สมภพ พิศดู มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

การพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผิวพรรณของสารสกัดจากกากชา

พจวรรณ ลาวัณย์ประเสริฐ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2551

การศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระในสมุนไพรไทย

วัชรพล พรมสุด มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2562