การสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากใบพิลังกาสาและการประยุกต์ใช้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากใบพิลังกาสา โดยใช้เอทานอลที่ความเข้มข้นต่าง ๆ (ร้อยละ 30, 50, 70, 90 และ 95) เป็นตัวทำละลาย เปรียบเทียบวิธีการสกัด 3 วิธี ได้แก่ การใช้ความร้อนช่วยสกัด ความเร็วในการเขย่า 120 รอบต่อนาที (อุณหภูมิในการสกัด 60, 70 และ 80 องศาเซลเซียส เวลาในการสกัด 30, 45 และ 60 นาที) การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงช่วยสกัด ความถี่ 37 กิโลเฮิร์ตซ์ แบบพัลล์ (อุณหภูมิในการสกัด 40, 50 และ 60 องศาเซลเซียส เวลาในการสกัด 10, 20 และ 30 นาที) และการสกัดด้วยตัวทำละลายแบบเร่ง (อุณหภูมิในการสกัด 60, 70 และ 80 องศาเซลเซียส เวลาในการสกัด 5, 10 และ 15 นาที) วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (วิธี DPPH และ FRAP) พบว่าวิธีการและสภาวะที่เหมาะสมในการสกัด คือ การสกัดด้วยตัวทำละลายแบบเร่ง ที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส เวลาในการสกัด 10 นาที ทดลองสกัดในระดับขยายการผลิตโดยเพิ่มปริมาณในการสกัด 4 เท่า และสกัด 2 รอบ นำสารละลายมาระเหยภายใต้สภาวะสุญญากาศที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ได้สารสกัดหยาบร้อยละ 27.29 จากใบพิลังกาสาแห้ง สารสกัดที่ได้มีปริมาณน้ำอิสระ 0.597 ความเป็นกรดเบส 4.47 มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิก 153.73 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัมสารสกัดหยาบ ปริมาณฟลาโวนอยด์ 20.99 มิลลิกรัมของคาเทชินต่อกรัมสารสกัดหยาบ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระวิธี DPPH (IC50) 301.91 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ วิธี FRAP 2,146.97 ไมโครโมล Fe2+ต่อกรัมสารสกัดหยาบ ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (IC50) 3.83 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และความเป็นพิษต่อเซลล์ (IC50) จะมีค่าต่ำที่สุดเมื่อทดสอบกับเซลล์ African green monkey kidney fibroblast (Vero) มีค่าเท่ากับ 864.98 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ประยุกต์ใช้สารสกัดใบพิลังกาสาในผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้า ทดสอบการยอมรับผลิตภัณฑ์พบว่าผู้บริโภคร้อยละ 82 ให้ความเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาดีเท่ากันหรือดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ ผู้บริโภคร้อยละ 98 ยอมรับผลิตภัณฑ์ และมีคะแนนความชอบโดยรวมในระดับชอบมาก (7.6)