ผลของวิธีการอบแห้งต่อฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในผักแขยงสองสายพันธุ์ (Limnophila aramatic และ Limnophila geoffrayi)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของวิธีการทำแห้งที่แตกต่างกันต่อคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของผักแขยงสองสายพันธุ์ โดยศึกษาการเปลี่ยนแปลงฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ สารประกอบฟีนอลิก และสารออกซาเลตในผักแขยงสายพันธุ์ L. aromatica และ L. geoffrayi ที่ผ่านการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง เปรียบเทียบกับการทำแห้งด้วยลมร้อน และการทำแห้งแบบสุญญากาศที่ 50-80 ?C จากผลการทดลองพบว่าผักแขยงสดสายพันธุ์ L. geoffrayi มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ DPPH radical scavenging activities (DPPH) สูงกว่า L. aromatica ในขณะที่การวิเคราะห์ด้วยวิธี Ferric-reducing antioxidant power (FRAP) และวิธี Total antioxidant capacity (TAC) มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ซึ่งสอดคล้องกับ Total penolic content (TPC) และ Total flavonoid content (TFC) สำหรับการทำแห้งด้วยลมร้อน และการทำแห้งแบบสุญญากาศพบว่าที่อุณหภูมิ 70 ?C สามารถรักษาสีและคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด และจากการทำแห้งทั้ง 3 วิธี พบว่าผักแขยงที่ทำแห้งแบบสุญญากาศมีค่า DPPH, FRAP, TAC, TPC สูงที่สุด สำหรับผักแขยงที่ทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งมีปริมาณกรดฟีนอลิกสูงที่สุดโดย sinapic acid และ ferulic acid คือกรดฟีนอลิกหลักของทั้งสองสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังพบว่า L. geoffrayi มีปริมาณ soluble oxalate น้อยกว่า L. aromatica และผักแขยงที่ผ่านการทำแห้งทั้ง 3 วิธี มี total oxalate ลดลงเมื่อเทียบกับผักสด ในขณะที่ soluble oxalate มีค่าเพิ่มขึ้นในทุกตัวอย่างยกเว้น L. geoffrayi ที่ทำแห้งลมร้อน ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกบริโภคและการทำแห้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีภาวะเสี่ยงต่อโรคนิ่ว