กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของน้ำมะพร้าวและการต้มต่อการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารฟีนอลิครวมในเห็ดแครง โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ใช้ฮอร์โมนทางการค้า น้ำมะพร้าวอ่อน และน้ำมะพร้าวแก่ ที่ระดับความเข้มข้น 50% และ 100% ปริมาตร 5 และ 10 มิลลิลิตร รดก้อนเชื้อเห็ดแครง ซึ่งมีน้ำเป็นชุดควบคุม แบ่งเห็ดออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มเห็ดสด และกลุ่มเห็ดต้ม ทำการสกัดสารด้วยเอทานอล จากนั้นนำไปวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ FRAP assay รายงานผลเป็นค่า trolox equivalent antioxidant capacity (TEAC) และ ferric reducing antioxidant power (FRAP) ตามลำดับ และปริมาณสารฟีนอลิครวมด้วยวิธี Folin-Ciocalteu assay แสดงเป็นค่า gallic acid equivalent (GAE) ในสารสกัดเห็ดแครงพบว่า สารสกัดเห็ดแครงในกลุ่มเห็ดสดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารฟีนอลิครวมสูงกว่ากลุ่มเห็ดต้มในทุกชุดการทดลอง เมื่อเปรียบเทียบการสูญเสียฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารฟีนอลิครวมหลังจากการต้มเฉพาะชุดการทดลองที่รดด้วยน้ำมะพร้าวพบว่า น้ำมะพร้าวอ่อน 50% ปริมาตร 5 มิลลิลิตร มีการสูญเสียค่า TEAC และปริมาณสารฟีนอลิครวมต่ำสุดเท่ากับ 9.28% และ 9.85% ตามลำดับ ส่วนน้ำมะพร้าวอ่อน 100% ปริมาตร 10 มิลลิลิตร มีการสูญเสียค่า FRAP ต่ำสุดเท่ากับ 2.77% รองลงมาคือ น้ำมะพร้าวอ่อน 50% ปริมาตร 5 มิลลิลิตร เท่ากับ 4.82% ซึ่งทุกค่าต่ำกว่าชุดควบคุมที่รดด้วยน้ำ และมีค่าใกล้เคียงกับชุดการทดลองที่รดด้วยฮอร์โมนทางการค้าปริมาตร 5 มิลลิลิตร นอกจากนี้ยังพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณฟีนอลิครวมในเห็ดแครงอยู่ในระดับต่ำ จากผลการศึกษาแสดงว่า น้ำมะพร้าวอ่อน 50% ปริมาตร 5 มิลลิลิตร เป็นระดับความเข้มข้นและปริมาตรที่เหมาะสมต่อประสิทธิภาพการรักษาคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระในเห็ดแครงได้ดีที่สุด จึงสรุปได้ว่า น้ำมะพร้าวและกระบวนการต้มมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติการออกฤทธิ์ของสารต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารประกอบฟีนอลิครวมในเห็ดแครง