Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังชันนัลสำหรับผู้มีภาวะโรคอ้วนและเบาหวาน

ปนิดา บรรจงสินศิริ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โรคอ้วนและโรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังกลุ่มหนึ่ง ที่เกิดจากภาวะ metabolic syndrome อันเป็นปัญหาสำคัญของภาวะสุขภาพของประชากรไทย ดังนั้น โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวาน โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยตั้งแต่ การพัฒนาสูตรและกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีผลต่อโรคอ้วนและเบาหวาน เสริมด้วยสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ในปริมาณที่เหมาะสมซึ่งมีสารประกอบฟลาโวนอยด์จากธรรมชาติในกลุ่มของเควอซิทิน (Quercetin) มีฤทธิ์ทางชีวภาพในการต้านอนุมูลอิสระ จากนั้นทำการวิเคราะห์คุณภาพทางโภชนาการและทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนา.ผลการทดลอง พบว่าสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ 3 ผลิตภัณฑ์ (สูตรพื้นฐาน) ได้แก่ เครื่องดื่มน้ำชาสมุนไพร โยเกิร์ตฟักทองและผักแผ่นอบกรอบ ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จะมีคุณสมบัติในการลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด จากการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลส (?- amylase inhibition) ของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ พบว่า มีค่า IC50 = ร้อยละ 1.48 โดยปริมาณที่เหมาะสมของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ที่เติมลงในเครื่องดื่มน้ำชาสมุนไพร คือ ร้อยละ 1 ผู้บริโภคในระดับห้องปฺฏิบัติการให้คะแนนการยอมรับ ด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น ความหวาน รสชาติและความชอบโดยรวมในระดับชอบเล็กน้อยถึงชอบปานกลาง (5.08 – 5.32 คะแนน) จากการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ พบว่า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระร้อยละ 63.79 ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด 0.28 mg GAE/และประสิทธิภาพการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสร้อยละ 57.26. ปริมาณที่เหมาะสมของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ที่เติมลงในโยเกิร์ตฟักทอง คือ ร้อยละ 1 ผู้บริโภคในระดับห้องปฺฏิบัติการให้คะแนนการยอมรับ ด้านสี กลิ่นโยเกิร์ต ความหวาน ความเปรี้ยว และความชอบโดยรวมในระดับชอบเล็กน้อยถึงชอบปานกลาง (5 – 5.8 คะแนน) จากการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ พบว่า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระร้อยละ 14.59 ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด 0.06 mg GAE/ g ประสิทธิภาพการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสร้อยละ 2.46 และค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับสูง >70. ปริมาณที่เหมาะสมของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ที่เติมลงในผลิตภัณฑ์ผักแผ่นอบกรอบ คือ ร้อยละ 1.48 ผู้บริโภคในระดับห้องปฺฏิบัติการให้คะแนนการยอมรับ ด้านลักษณะปรากฏ สี ความกรอบ กลิ่นรส รสชาติและความชอบโดยรวมในระดับชอบเล็กน้อยถึงชอบปานกลาง (5.36 – 6.08 คะแนน) จากการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ พบว่า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระร้อยละ 29.87 ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด 0.11 mg GAE/g ประสิทธิภาพการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสร้อยละ 19.80 และค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับกลาง 50-70 .จากผลงานวิจัยบ่งชี้ได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ได้จากการพัฒนาสามารถใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคที่มีภาวะความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและเบาหวาน รวมทั้งผู้ที่รักสุขภาพโดยทั่วไป นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคโนโลยีการผลิตที่ได้ถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนทั้งในระดับวิสาหกิจชุมชนและระดับอุตสาหกรรมอาหารต่อไป.

คำสำคัญ

คุณสมบัติเชิงหน้าที่ (functional properties)เทคนิคการกักเก็บสารระดับไมโคร (microencapsulation technique)ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (health product)โรคเบาหวาน (diabetes)โรคอ้วน (obesity)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

พัฒนาตำรับอาหารและคุณค่าทางโภชนาการอาหารท้องถิ่นเพื่อสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม .

ชมนาถ แปลงมาลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2562

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเช้าธัญชาติจากข้าวก่ำเพื่อลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดในอาสาสมัครสุขภาพดีและผู้เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

ศรีสุวรรณ นฤนาทวงศ์สกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน

ปิยะธิดา นาคะเกษียร มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2562

การวิเคราะห์อาหารเพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน โดยใช้ขั้นตอนการแบ่งกลุ่มข้อมูล

อุรีรัฐ สุขสวัสดิ์ชน พ.ศ. 2560

ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารโดยประยุกต์ ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2

นภาลัย มังคละ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

เเนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานไทย: การสังเคราะห์งานวิจัยอย่างเป็นระบบหนึ่ง

อัศนี วันชัย พ.ศ. 2560

ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของ ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือด

หนูรัก พิมพ์ศรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

ผลของโปรแกรมเมนูลดเสี่ยงเบาหวานร่วมกับการรับรู้สมรรถนะแห่งตนที่มีต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ชุมชนอภิสิทธิ์ 2 ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

บัววรุณ ศรีชัยกุล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2557

การพัฒนาตำรับอาหารท้องถิ่นเป็นอาหารพิเศษสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน (ต่อยอดปีที่ 2)

สุธีรา อินทเจริญศานต์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

สมบัติของพริกพื้นบ้านไทยต่อการต้านโรคอ้วน และโรคเบาหวาน: การศึกษาการยับยั้งเอนไซม์ และการบ่งชี้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ

ธารีรัตน์ วัชรชัยโสภณสิริ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559