Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

ผลของการเสริมแมททิลฟาร์นีโซเอทและเซอโรโทนินในอาหารกุ้งก้ามกรามต่อการพัฒนาการของรังไข่ ความดกของรังไข่ และการเปลี่ยนแปลงเพศกุ้งก้ามกราม

สาวิภา รัตนกร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาผลของการเสริมแมททิลฟาร์นีโซเอทและเซอโรโทนินในอาหารกุ้งก้ามกรามต่อการพัฒนาการของรังไข่ ความดกของรังไข่ และการเปลี่ยนแปลงเพศกุ้งก้ามกรามการศึกษาผลของแมททิลฟาร์นีโซเอท โดยแบ่งชุดการทดลอง ดังนี้ ใช้แมททิลฟาร์นีโซเอทระดับที่ความเข้มข้น 0 0.5 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก.และศึกษาผลของเซอโรโทนิน ดังนี้ ที่ระดับความเข้มข้น 0.5 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก.ตามลำดับ ใช้ระยะเวลาทำการทดลอง 45 วัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองพบว่า แมททิลฟาร์นีโซเอทที่ผสมลงในอาหารที่ความเข้มข้น 1 มก./อาหาร 1 กก.มีผลให้แม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามมีการพัฒนาของรังไข่จากระยะที่ 1 ไปจนถึงวางไข่ได้ดีที่สุดสูงกว่าชุดการทดลองที่ความเข้มข้น 0 0.5 และ 2 มก./อาหาร 1 กก. มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่า การเสริมสารแมททิลฟาร์นีโซเอทลงไปในอาหารที่ความเข้มข้นต่างกันจะทำให้แม่กุ้งวางไข่โดยใช้เวลา 21- 23 วัน ซึ่งสั้นกว่าชุดควบคุมที่ใช้เวลา 30-32 วัน ผลของเซอโรโทนิน พบว่ากุ้งก้ามกรามที่ได้รับอาหารผสมสารเซอโรโทนินที่ระดับความเข้มข้น 2 มก./อาหาร 1 กก. การพัฒนารังไข่ในระยะที่ 1 ไปจนกระทั่งวางไข่ โดยใช้เวลาเฉลี่ย 20 – 23 วัน ซึ่งสั้นกว่าชุดควบคุมที่ใช้เวลา 30-32 วันด้านการเจริญเติบโต พบว่า ที่ระดับความเข้มข้น 0.5 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตสูงที่สุด เท่ากับ 26.10?1.40 กรัม ในขณะที่ชุดความเข้มข้น 0 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตเฉลี่ยระหว่าง 23.25?1.83-24.02?1.78 กรัม โดยไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (p>0.05) ความถี่ในการลอกคราบ พบว่า ชุดควบคุม มีการลอกคราบสูงที่สุด เท่ากับ 22.67?5.05 % ในขณะที่ชุดความเข้มข้น 0.5 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 14.82?3.69-21.05?6.86 % จากผลการทดลองสรุปได้ว่าทั้งแมททิลฟาร์นีโซเอทและเซอโรโทนินต่อการพัฒนาการของรังไข่ที่ความเข้มข้น 2 มก./อาหาร 1 กก. มีการพัฒนาของรังไข่ดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองอื่น การเจริญเติบโตของน้ำหนัก ชุดความเข้มข้น 1 และ2 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตเท่ากับ 1-2.9 กรัม/ตัว ซึ่งทั้งแมททิลฟาร์นีโซเอทและสารเซอโรโทนินมีบทบาทในการกินอาหารจึงทำให้กุ้งมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น

คำสำคัญ

Developmentกุ้งก้ามกรามserotoninovarianการพัฒนารังไข่methyl farnesoateเซอโรโทนินแมททิลฟาร์นีโซเอท

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาคุณลักษณะและความสัมพันธ์ของฮอร์โมนที่ควบคุมการหลั่งกับฮอร์โมนที่กระตุ้นต่อมสืบพันธุ์และฟีโรโมนเพศสัมพันธ์ของกุ้งและปู กับการประยุกต์ใช้ในระบบเพาะเลี้ยง

ประเสริฐ โศภน มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2556

การกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสืบพันธุ์ของหอยเป๋าอื้อและกุ้งก้ามกราม

ประเสริฐ โศภน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีชีวภาพการโคลนและผลิตรีคอมบิเนนท์โกรทฮอร์โมนต่อการเจริญเติบโตของกุ้งก้ามกราม

กีรวิชญ์ เพชรจุล มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2560

การทำให้บริสุทธิ์และการศึกษาคุณสมบัติของไวเทลโลจีนินและการโคลนยีนไวเทลโลจีนินจากตับของกุ้งแชบ๊วย

ประภาพร อุทารพันธุ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2551

ผลของอาหารผสมฮอร์โมนพรอสตาแกลนดิน เอฟ ทู แอลฟา ต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ของปลานิลเพศเมียในกระชัง

จิตรา ปั้นรูป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2561

ชีววิทยาการสืบพันธุ์และความต้องการสารอาหารของพ่อแม่พันธุ์กุ้งก้ามกราม

พิเชต พลายเพชร พ.ศ. 2558

การระบุและการศึกษาหน้าที่ของตัวตอบรับต่อฮอร์โมนยับยั้งการพัฒนาของรังไข่จากกุ้งกุลาดำ

สุพัตรา ตรีรัตน์ตระกูล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

ปริมาณฮอร์โมนเมสทาโนโลนตกค้างในปลานิลหลังจากการกินฮอร์โมนในระยะเวลาสั้น

เจนนุช ว่องธวัชชัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

ผลของความแตกต่างเพศ และฮอร์โมน testosterone ต่อระดับการแสดงออกของยีนฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ควบคุมการเจริญเติบโต เมตาบอลิซึม และภูมิต้านทานแบบไม่จำเพาะในปลานิล

สุรินทร บุญอนันธนสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2555

การทำให้บริสุทธิ์และการศึกษาคุณสมบัติ ของฮีโมไซยานินและการโคลนยีนฮีโมไซยานิน ของกุ้งแชบ๊วย

ประภาพร อุทารพันธุ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2553