กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาผลของการเสริมแมททิลฟาร์นีโซเอทและเซอโรโทนินในอาหารกุ้งก้ามกรามต่อการพัฒนาการของรังไข่ ความดกของรังไข่ และการเปลี่ยนแปลงเพศกุ้งก้ามกรามการศึกษาผลของแมททิลฟาร์นีโซเอท โดยแบ่งชุดการทดลอง ดังนี้ ใช้แมททิลฟาร์นีโซเอทระดับที่ความเข้มข้น 0 0.5 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก.และศึกษาผลของเซอโรโทนิน ดังนี้ ที่ระดับความเข้มข้น 0.5 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก.ตามลำดับ ใช้ระยะเวลาทำการทดลอง 45 วัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองพบว่า แมททิลฟาร์นีโซเอทที่ผสมลงในอาหารที่ความเข้มข้น 1 มก./อาหาร 1 กก.มีผลให้แม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามมีการพัฒนาของรังไข่จากระยะที่ 1 ไปจนถึงวางไข่ได้ดีที่สุดสูงกว่าชุดการทดลองที่ความเข้มข้น 0 0.5 และ 2 มก./อาหาร 1 กก. มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่า การเสริมสารแมททิลฟาร์นีโซเอทลงไปในอาหารที่ความเข้มข้นต่างกันจะทำให้แม่กุ้งวางไข่โดยใช้เวลา 21- 23 วัน ซึ่งสั้นกว่าชุดควบคุมที่ใช้เวลา 30-32 วัน ผลของเซอโรโทนิน พบว่ากุ้งก้ามกรามที่ได้รับอาหารผสมสารเซอโรโทนินที่ระดับความเข้มข้น 2 มก./อาหาร 1 กก. การพัฒนารังไข่ในระยะที่ 1 ไปจนกระทั่งวางไข่ โดยใช้เวลาเฉลี่ย 20 – 23 วัน ซึ่งสั้นกว่าชุดควบคุมที่ใช้เวลา 30-32 วันด้านการเจริญเติบโต พบว่า ที่ระดับความเข้มข้น 0.5 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตสูงที่สุด เท่ากับ 26.10?1.40 กรัม ในขณะที่ชุดความเข้มข้น 0 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตเฉลี่ยระหว่าง 23.25?1.83-24.02?1.78 กรัม โดยไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (p>0.05) ความถี่ในการลอกคราบ พบว่า ชุดควบคุม มีการลอกคราบสูงที่สุด เท่ากับ 22.67?5.05 % ในขณะที่ชุดความเข้มข้น 0.5 1 และ 2 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 14.82?3.69-21.05?6.86 % จากผลการทดลองสรุปได้ว่าทั้งแมททิลฟาร์นีโซเอทและเซอโรโทนินต่อการพัฒนาการของรังไข่ที่ความเข้มข้น 2 มก./อาหาร 1 กก. มีการพัฒนาของรังไข่ดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองอื่น การเจริญเติบโตของน้ำหนัก ชุดความเข้มข้น 1 และ2 มก./อาหาร 1 กก. มีการเจริญเติบโตเท่ากับ 1-2.9 กรัม/ตัว ซึ่งทั้งแมททิลฟาร์นีโซเอทและสารเซอโรโทนินมีบทบาทในการกินอาหารจึงทำให้กุ้งมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น