Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ผลของการใช้ฟอร์มาลินในแม่พันธุ์ต่ออัตรารอดของลูกกุ้งก้ามกราม

แสงเดือน นาคสุวรรณ กรมประมง พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาผลของการแช่ฟอร์มาลินในแม่พันธุ์กุ้งก้ามกราม ด้าเนินการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้าจืดชลบุรี ระหว่างเดือนตุลาคม 2551 ถึงเดือนกันยายน 2552 โดยใช้แม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามที่มีน้าหนักเฉลี่ย 31.03?6.09, 34.53?1.27, 37.33?5.82, 33.40?4.92 และ 31.53?5.47 กรัม ความยาว เฉลี่ย140.56?6.18, 147.66?2.07,147.31?8.26,145.71?9.39 และ142.15?6.55 มิลลิเมตร แช่ในฟอร์มาลินที่ระดับความเข้มข้น 0, 25, 50, 75 และ 100 ppm เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นน้าแม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามมาเพาะพันธุ์โดยใส่ในบ่อคอนกรีตกลมที่มีปริมาตรน้า 900 ลิตร ความเค็ม 12 ppt จ้านวนบ่อละ10 ตัว ผลการทดลองพบว่า แม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 93.94?5.25, 84.85?13.89, 90.91?15.75, 87.88?5.25 และ 90.91?15.75 เปอร์เซ็นต์ ตามล้าดับ ทุกชุดการทดลองมีอัตรารอดไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) เปอร์เซ็นต์ ค่าอัตราการฟักเฉลี่ยเท่ากับ 41.69?23.67, 34.4?14.42,54.55?14.20, 47.21?37.35 และ 36.77?8.55 ตามล้าดับ ทุกชุดการทดลองมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) น้าหนักสุดท้ายเฉลี่ย และความยาวสุดท้ายเฉลี่ย ของลูกกุ้งมีค่าเท่ากับ 7.55?0.04, 7.95?0.18,7.99?0.04 ,7.21?0.29 และ 7.56?0.34 มิลลิกรัม และ 9.25?0.34,9.72?0.70, 9.64? 0.85,9.42?0.14และ 9.07?0.13 มิลลิเมตร ตามล้าดับ เมื่อทดสอบทางสถิติพบว่าทุกชุดการทดลองมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) อัตรารอดของลูกกุ้งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.71?6.29, 24.22?10.03, 18.03?4.26, 26.53?6.90 และ29.46?9.55 เปอร์เซ็นต์ ตามล้าดับ พบว่าทุกชุดการทดลองมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) คุณสมบัติของน้าระหว่างการทดลอง พบว่าอุณหภูมิน้าอยู่ระหว่าง 29.5-32.0 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนที่ ละลายน้าอยู่ระหว่าง 5.9-7.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 7.67-8.26 ค่าความเป็นด่างอยู่ระหว่าง 92-120 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนปริมาณแอมโมเนียรวมมีค่าอยู่ระหว่าง 0.000-0.305มิลลิกรัมต่อลิตร ดังนั้นการใช้ฟอร์มาลินในการแช่แม่กุ้งก้ามกรามที่ระดับความเข้มข้น 0,25,50,75 และ 100ppm เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง มีค่าเปอร์เซ็นต์การฟัก การเจริญเติบโต และอัตรารอดของลูกกุ้งก้ามกรามวัยอ่อน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ และไม่มีผลต่ออัตรารอดของแม่กุ้งก้ามกราม

คำสำคัญ

survival rateอัตรารอดแม่พันธุ์ฟอร์มาลินGiant Freshwater Prawn (Macrobrachium rosenbergii)Berried Femaleกุ้งก้ามกราม Formalin

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามโดยการเพิ่มพื้นที่ในแนวตั้ง

ธน เย็นเปิง กรมประมง พ.ศ. 2564

ผลของฮอร์โมนสังเคราะห์ Buserelin Acetate ต่อการเพาะพันธุ์ปลาพลวงชมพู tor douronensis (Valenciennes, 1842)

ปรเมษฐ์ มุสิการุณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้้าจืดยะลา พ.ศ. 2559

ชนิดและการแพร่กระจายของปลาและกุ้งวัยอ่อนบริเวณอ่าวนครศรีธรรมราช

นิรชา สองแก้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทย (สงขลา) กรมประมง พ.ศ. 2554

ต้นทุนและผลตอบแทนของการทำประมงคราดหอยลายบริเวณอ่าวไทยตอนบน

นายปวโรจน์ นรนาถตระกูล กรมประมง พ.ศ. 2551

ความชุกชุมและการแพร่กระจายของปลาวัยอ่อนสกุลทู-ลังบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง

นิรชา สองแก้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง พ.ศ. 2557

งานวิจัยและพัฒนาประมงทะเลระหว่าง ปี 2545 – 2557 ฉบับที่ 1

กรมประมง พ.ศ. 2551

การประยุกต์ใช้สาหร่ายก้ามกุ้ง (Chara corollina) เป็นสารเร่งสีปลาคาร์ฟ

วัฒนา วัฒนกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2563

ทรัพยากรปลาผิวน้ำจากการทำประมงด้วยเครื่องมือเบ็ดราวปลาผิวน้ำ บริเวณแพล่อปลาประจำที่ในทะเลอันดามัน ปี 2551-2553

วัชรพงศ์ ชุ่มชื่น สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีประมงทะเลลึก พ.ศ. 2554

การเลี้ยงปูม้า (Portunus pelagicus Linnaeus, 1758) ผสมผสานกับกุ้งทะเลชนิดต่างๆ

ปริญญา สุทธินนท์ กรมประมง พ.ศ. 2563

การศึกษาเทคนิคการเพิ่มอัตราการลงเกาะของหอยหวาน Babylonia areolata

ชลี ไพบูลย์กิจกุล มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2553