กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้เป็นการทดสอบลักษณะทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ การเจริญเติบโต และอัตราการรอดตาย รวมทั้งประเมินค่าความเด่นลูกผสม (heterosis,) ของกุ้งก้ามกราม 5 ประชากร ได้แก่ ประชากร มาโคร 1, จันทบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นประชากรกุ้งก้ามกรามจากโรงเพาะฟัก ประชากรจากทะเลสาบสงขลา จังหวัดพัทลุง และประชากรแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนองซึ่ งเป็นประชากรกุ้งก้ามกรามจากธรรมชาติ โดยใช้วิธีการผสมแบบพบกันหมด (diallel cross) ได้เป็นกุ้งก้ามกรามทั้งหมด 25 แบบการผสมและเลี้ยงทดสอบทุกแบบการผสมในบ่อคอนกรีต จำนวน 4 บ่อ ณ กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ เป็นระยะเวลา 3 เดือน เมื่อสิ้นสุกการทดสอบที่กุ้งอายุ 180 วัน พบว่าทุกแบบการผสมมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย 0.25?0.046 กรัม/วันน้ำหนักเฉลี่ย 28.67?11.62 กรัม ความยาวเฉลี่ย เท่ากับ 12.30?2.14 เซนติเมตร ความยาวเฉลี่ยเปลือกคลุมหัว เท่ากับ 29.37?8.13 มิลลิเมตร อัตรารอดตายเฉลี่ย เท่ากับ 69.89?7.88 เปอร์เซ็นต์ ค่าความเด่นลูกผสมด้านน้ำหนักมีค่าเป็นบวกทุกแบบการผสม ด้านความยาวพบมีค่าเป็นลบในคู่ผสมของ ฉะเชิงเทรา - มาโคร 1และ ฉะเชิงเทรา – พัทลุง จากผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้พิจารณาในการสร้างประชากรพื้นฐานที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อใช้ในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีการคัดเลือกเพื่อสร้างกุ้งก้ามกรามพันธุ์ดีสู่อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
ได้ข้อมูลอัตราการเจริญเติบโตและอัตรารอดตายซึ่งเป็นลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจในแต่ละกลุ่มการผสมมาใช้พิจารณาคัดเลือกกลุ่มการผสมที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่ดี เพื่อใช้เป็นประชากรพื้นฐานที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมเหมาะสมและลักษณะทางเศรษฐกิจที่ดีในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์กุ้งก้ามกรามต่อไป
ในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์การสร้างประชากรพื้นฐานที่จะใช้เป็นประชากรเริ่มต้นนั้นมีความสำคัญอย่างสูง ตามหลักทฤษฎีซึ่งนักปรับปรุงพันธุ์ต้องถือปฏิบัติประกอบด้วยสองหลักการ คือ ประการแรก นักปรับปรุงพันธุ์ควรใช้ประชากรเบื้องต้นของชนิดพันธุ์เป้าหมายที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากพอเพื่อให้ได้ผลการตอบสนองของการพัฒนาอย่างสูงสุด เนื่องจากความแปรปรวนทางพันธุกรรมที่มีในสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ชนิดนั้น ซึ่งจะประสบผลสำเร็จหรือไม่เพียงใดขึ้นอยู่กับแหล่งทรัพยากรนี้เป็นสำคัญ ประการที่สอง นักปรับปรุงพันธุ์จะต้องคัดเลือกประชากรของสายพันธุ์ที่มีการแสดงออกของลักษณะสำคัญที่เหมาะสมสำหรับสภาพการเพาะเลี้ยงที่ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ (สุภัทรา และคณะ, 2550 อ้างจาก Kirpichnikov, 1981; Falconer and Mackay, 1996)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการผลิตของเกษตรกร โดยการมีจัดการทางพันธุกรรมพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพและการคัดเลือกกุ้งก้ามกรามที่เจริญเติบโตดีมากกว่าพันธุ์เดิม และพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเพิ่มศักยภาพในการเพาะเลี้ยงที่สามารถทำให้เกษตรกรประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการส่งออกในอนาคต
ปัญหาและอุปสรรคสำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามคือ กุ้งก้ามกรามมีอัตรารอดตายต่ำ โตช้า ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง ขาดแคลนลูกพันธุ์ที่มีคุณภาพดี จากการคาดการณ์สถานการณ์กุ้งก้ามกรามของกรมประมงจะเห็นว่าเกษตรกรยังขาดแคลนลูกพันธุ์ที่มีคุณภาพ ดังนั้นการปรับปรุงพันธุ์กุ้งก้ามกรามที่มีคุณภาพดีเพื่อผลิตให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคอย่างหนึ่ง ซึ่งลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจดีทั้งด้านการเจริญเติบโตและอัตรารอดตายจะช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการลดต้นทุนในการผลิต ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นสามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและประเทศได้