การศึกษาผลการใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ต่อการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม Macrobrachium rosenbergii (De Man,1879) ในบ่อดินของเกษตรกร จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาผลการใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ต่อการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม Macrobrachium rosenbergii (De Man, 1879) ในบ่อดินของเกษตรกร จังหวัดเชียงราย ดำเนินการเปรียบเทียบผลการใช้จุลินทรีย์ ปม.1 และไม่ใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ในการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม แบ่งออกเป็น 3 ชุดการทดลอง ได้แก่ ชุดการทดลองที่ 1 ใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ในการเตรียมบ่อ และปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยงจนจับผลผลิต, ชุดการทดลองที่ 2 ใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ในการเตรียมบ่อ ปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง และใช้ผสมอาหารให้กุ้งก้ามกรามกินระหว่างการเลี้ยงจนจับผลผลิต และชุดการทดลองที่ 3 ชุดควบคุม ไม่ใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ตลอดการเลี้ยง โดยปล่อยกุ้งขนาดเริ่มต้น 2.70?1.03 กรัม ในอัตราความหนาแน่น 6.25 ตัวต่อตารางเมตร ทำการทดลองเลี้ยงในบ่อดินขนาด 2 ไร่ พื้นที่ฟาร์มเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบ้านสันสลีหลวง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2563 เป็นระยะเวลา 3 เดือนผลการทดลองพบว่า กุ้งก้ามกรามมีน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ยเท่ากับ 35.30?13.28, 33.92?15.46 และ 33.89?12.70 กรัม มีน้ำหนักเพิ่มต่อวันเฉลี่ยเท่ากับ 0.36?0.01, 0.35?0.04 และ 0.34?0.01 กรัมต่อวัน มีอัตราการรอดตายเฉลี่ยเท่ากับ 26.03?3.71, 30.98?2.33 และ 27.53?1.25 เปอร์เซ็นต์ และมีอัตราการแลกเนื้อเฉลี่ยเท่ากับ 1.54?0.10, 1.71?0.15 และ 1.70?0.10 ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ผลทางสถิติพบว่า ค่าน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ยของชุดการทดลองที่ 1 แตกต่างกับชุดการทดลองที่ 2 และชุดการทดลองที่ 3 อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ส่วนค่าพารามิเตอร์อื่นๆ มีค่าไม่แตกต่างกันในทุกชุดการทดลอง ในด้านค่าเฉลี่ยของคุณสมบัติน้ำในบ่อเลี้ยงตลอดระยะเวลาการเลี้ยง และคุณสมบัติของดินพื้นบ่อก่อนและหลังการเลี้ยง เมื่อวิเคราะห์ผลทางสถิติพบว่า มีค่าไม่แตกต่างกันในทุกชุดการทดลอง เมื่อวิเคราะห์ผลทางเศรษฐศาสตร์พบว่า ต้นทุนการผลิตต่อกิโลกรัมเท่ากับ 280.07, 256.21 และ 276.92 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ สรุปได้ว่า การใช้จุลินทรีย์ ปม.1 ในการเตรียมบ่อก่อนเลี้ยง ปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง และผสมอาหารให้กุ้งก้ามกรามกินในระหว่างการเลี้ยงจนจับผลผลิต เป็นแนวทางการส่งเสริมเกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด และให้ผลตอบแทนการเลี้ยงสูงที่สุด