ผลของแคโรทีนอยด์ในอาหารต่อสีตัวของปลากระแห (Barbonymus schwanenfeidii)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ดำเนินการเพื่อทราบถึงชนิดของแคโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับใช้ปรับปรุงสีลำตัว และหางของปลากระแห (Barbonymus schwanenfeldii) เพื่อให้มีลักษณะสีสันสวยงามตามธรรมชาติ และทราบถึงระดับที่มีความเหมาะสมในการใช้แคโรทีนอยด์ผสมในอาหารเพื่อการปรับปรุงสีที่มีประสิทธิภาพที่สุด จากการทดลองใช้อาหารผสมแคโรทีนอยด์ชนิดต่างๆ ได้แก่ แอสตาแซนทีนสังเคราะห์ บีต้า-แคโรทีนสังเคราะห์ แคนทาแซนทีน และเซลล์สาหร่ายสไปรูลิน่า เป็นแหล่งแคโรทีนอยด์จากธรรมชาติ ในปริมาณที่มีแคโรทีนอยด์รวม 100 ppm หลังจากเลี้ยงปลากระแหระยะปลานิ้วด้วยอาหารทดลองแต่ละสูตรเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่า การเสริมแคโรทีนอยด์ชนิดต่างๆ ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโต การแลกเนื้อ และการรอดตาย (P>0.05) และไม่พบการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อเยื่อในปลากระแหที่ได้รับอาหารแต่ละสูตร อย่างไรก็ตามการใช้แอสตาแซนทีน และสไปรูลินาเพื่อเป็นแหล่งแคโรทีนอยด์มีผลให้ปลากระแหมีสีเหลืองบริเวณลำตัว และสีแดงบริเวณหางเพิ่มมากขึ้นกว่าปลาที่ได้รับแคโรทีนอยด์รูปแบบอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) แต่ปลาที่ได้รับอาหารผสมแอสตาแซนทีนมีปริมาณแคโรทีนอยด์รวมในตัวปลาสูงกว่าปลาที่ได้รับอาหารผสมสไปรูลินา (P<0.05) ทั้งนี้การเสริมแอสตาแซนทีนในอาหารในระดับ 25-300 ppm ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการรอดตายของปลากระแห ปลาที่ได้รับอาหารผสมแอสตาแซนทีนในปริมาณ 100-300 ppm มีสีเหลืองบริเวณลำตัวเพิ่มมากที่สุด และแตกต่างจากชุดควบคุม (P<0.05) แต่พบว่าสีแดงบริเวณหางเพิ่มมากที่สุดเฉพาะในปลาที่ได้รับอาหารผสมแอสตาแซนทีนในระดับ 200-300 ppm