กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
สารสกัดเอทานอลของโคนต้นหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์60 (Morus spp.) ได้ถูกนำไปวิเคราะห์หาปริมาณออกซีเรสเวอร์ราทรอล และเรสเวอร์ราทรอลโดยวิธีการโครมาโทรกราฟฟีชนิดของเหลวสมรรถนะสูง จากนั้นนำสารสกัดหม่อน และบ่งชี้ออกซีเรสเวอร์ราทรอล และเรสเวอร์ราทรอล มาทดสอบฤทธิ์การยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส เปรียบเทียบกับโคจิก และทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ เปรียบเทียบกับบิวทีเลเต็ด ไฮดรอกซีโทลูอีน ต่อจากนั้นนำสารสกัดไปเตรียมตำรับโลชั่น และทดสอบความคงตัวทางกายภาพโดยภาวะเร่ง ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดหม่อนที่ได้มีสีน้ำตาลเข้ม ผลผลิตของสารสกัดที่ได้คิดเป็นร้อยละ 4.35 ปริมาณของออกซีเรสเวอร์ราทรอล และเรสเวอร์ราทรอลในสารสกัดหม่อนเท่ากับร้อยละ 27.3 และ 9.0 ตามลำดับ ค่าความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ร้อยละ 50 ของสารสกัด เท่ากับ 6.2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ออกซีเรสเวอร์ราทรอลมีค่าความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ร้อยละ 50 เท่ากับ 1.0 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (4.0 ไมโครโมลาร์) ขณะที่โคจิกมีค่าความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ร้อยละ 50 เท่ากับ 11.4 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (80.3 ไมโครโมลาร์) ค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ร้อยละ 50 ของสารสกัด เท่ากับ 34.1 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ออกซีเรสเวอร์ราทรอล และเรสเวอร์ราทรอล มีค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ร้อยละ 50 เท่ากับ 6.5 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (26.8 ไมโครโมลาร์) และ 11.6 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (50.7 ไมโครโมลาร์) ตามลำดับ ซึ่งเทียบเท่ากับโคจิก (IC50 = 33.3 ไมโครโมลาร์) แต่แรงกว่าสารสกัดหม่อน สูตรตำรับโลชั่นที่ดีที่สุดคือรูปแบบไมโครอิมัลชัน สารสกัดหม่อนสามารถผสมในตำรับไมโครอิมัลชันซึ่งประกอบด้วย เล็กซอล จีที 865 / ของผสมทวีน 80 และ สแปน 80 / น้ำ ได้ร้อยละ 3 โดยน้ำหนัก และเมื่อนำไปทดสอบความคงตัวโดยภาวะเร่งตำรับยังคงมีความคงตัวดี ไม่แยกชั้น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าตำรับที่พัฒนาได้นี้มีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นตำรับทางการค้าต่อไป