การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าจากสารสกัดผลหม่อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาเพื่อนำเอาสารสกัดผลหม่อนที่มีฤทธิ์ทางด้านการต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเครื่องสำอาง เพื่อผลิตเป็นเครื่องสำอางสำหรับใช้บำรุงผิวหน้า โดยที่ยังรักษาประสิทธิภาพทางด้านเคมีของสารสำคัญไว้ได้ โดยใช้คุณสมบัติการต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันและการคงอยู่ของปริมาณสารสำคัญโปรแอนโทซัยยานิดินส์ (โปรแอนโทไซยานิดิน) ที่พบในสารสกัดผลหม่อนเป็นตัวประเมินคุณภาพของเครื่องสำอางที่พัฒนาขึ้น การศึกษาวิจัยขั้นต้นของสารสกัดผลหม่อน พบว่าฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน และปริมาณสารโปรแอนโทซัยยานิดินส์ (โปรแอนโทไซยานิดิน) มีความคงตัวดี แม้อยู่ในรูปสารละลายที่ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 เดือน และสารสกัดผลหม่อนในรูปตำรับแคปซูล ฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหลังทดสอบที่เวลา 1 เดือน แต่พบว่าแสงมีผลทำให้สีของไมโครแคปซูลเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำตาลแดงโดยที่ฤทธิ์การต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันไม่เปลี่ยนแปลง การตั้งตำรับเครื่องสำอางสำหรับผิวหน้าในการวิจัย ใช้วิธีการเตรียมแคปซูลด้วยเทคนิคการเกิดโคอะเซอร์เวชั่นเชิงซ้อน (complex coacervation) โดยใช้พอลิเมอร์ธรรมชาติคือ โซเดียมอัลจิเนต พบว่าชนิดที่เหมาะสมในการเตรียมคือชนิดความหนืดปานกลาง การเตรียมแคปซูลด้วยโซเดียม อัลจิเนตความเข้มข้นร้อยละ 2 ร่วมกับปริมาณน้ำสกัดผลหม่อนร้อยละ 30 ได้ตำรับที่สามารถเก็บสารสกัดมากที่สุด 73.88 ไมโครลิตรต่อแคปซูล 100 มิลลิกรัม การทดสอบความคงตัวของแคปซูลที่บรรจุสารสกัดผลหม่อนที่เวลา 1 เดือน พบปริมาณสารสกัดคิดเป็นร้อยละเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจเกิดจากการที่ผนังแคปซูลเกิดหนาแน่นมากขึ้นจากการสูญเสียน้ำ ทำให้น้ำหนักรวมของไมโครแคปซูลลดลง สรุปว่าสามารถสกัดสารสกัดผลหม่อนด้วยแอลกอฮอล์ได้สารสกัดผลหม่อนที่มีความคงตัวดี และแคปซูลบรรจุสารสกัดผลหม่อนที่ได้มีความคงตัวทางเคมีดีพัฒนาเป็นตำรับเครื่องสำอางได้