Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ศักยภาพและกลไกยับยั้งของสารสกัดรำข้าวก่ำต่อกระบวนการเกิดมะเร็งตับที่เหนี่ยวนำด้วยสารเคมีร่วมกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูงในหนู

รวิวรรณ วงศ์ภูมิชัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โรคมะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยและมีอัตราการเสียชีวิตสูงทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเกิดโรคมะเร็งตับเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่ไม่ได้ดื่มสุราเป็นประจาและไม่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีแต่จะพบในผู้ป่วยที่มีน้าหนักตัวมากแทน โดยสาเหตุการเกิดมะเร็งตับในผู้ป่วยดังกล่าวเกิดจากโรคอ้วนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการดื่มสุราเรื้อรังและสามารถพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งตับได้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารสกัดราข้าวก่าต่อการเกิดมะเร็งตับระยะเริ่มต้นในหนูทดลองที่ได้รับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง โดยสกัดราข้าวก่าด้วยเมทานอลและตรวจวิเคราะห์ชนิดและปริมาณองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดราข้าวก่าด้วยวิธีสเปกโตรโฟโตเมตรีและ HPLC ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดราข้าวก่าที่สกัดด้วยเมทานอลมีองค์ประกอบทางเคมีที่สาคัญหลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งแอนโธไซยานินชนิด cyanidin-3-glucoside และ peonidin-3-glucoside สารประกอบฟินอลิก ได้แก่ protocatchuic acid, vanillic, p-coumaric acid และ ferulic acid โดย protocatchuic acid เป็นสารประกอบฟินอลิกที่พบมากที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดราข้าวก่าที่สกัดด้วยเมทานอลยังมีองค์ประกอบของ ?-oryzanol และ tocols ด้วย จากนั้นนาสารสกัดราข้าวก่าที่ได้มาศึกษาในสัตว์ทดลองโดยเหนี่ยวนาให้หนูขาวเกิดมะเร็งตับโดยใช้สารก่อมะเร็งไดเอธิลไนโตรซามีนเป็นตัวเหนี่ยวนาให้เกิดมะเร็งระยะเริ่มต้นและให้อาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงเป็นตัวส่งเสริมการเกิดมะเร็ง โดยแบ่งหนูออกเป็น 9 กลุ่ม กลุ่ม 1-3 หนูได้รับสารก่อมะเร็งไดเอธิลไนโตรซามีนร่วมกับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูง ในขณะที่กลุ่ม 4-6 ไม่ได้รับสารก่อมะเร็งแต่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูง และกลุ่ม 7-9 ได้รับอาหารและน้าปกติ นอกจากนี้หนูกลุ่ม 2,5 และ 8 ได้รับสารสกัดราข้าวก่าที่สกัดด้วยเมทานอลที่ความเข้มข้น 50 mg/kg body weight เป็นระยะเวลา 20 สัปดาห์ หนูกลุ่ม 3,6 และ 9 ได้รับสารสกัดราข้าวก่าที่ความเข้มข้น 200 mg/kg body weight ในขณะที่กลุ่ม 1,4 และ 7 ได้รับ 5% Tween-80 แทนสารสกัดราข้าวก่า ผลการศึกษาพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงที่ไม่ได้รับสารก่อมะเร็งมีน้าหนักตัวเฉลี่ยและน้าหนักไขมันช่องท้องสัมพัทธ์มากกว่ากลุ่มที่รับอาหารปกติอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ และสารสกัดราข้าวที่ความเข้มข้น 200 mg/kg body weight มีผลทาให้น้าหนักตัวและไขมันช่องท้องของหนูที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงที่ไม่ได้รับสารก่อมะเร็งลดลงได้ และยังพบว่าหนูที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงที่ไม่ได้รับสารก่อมะเร็งเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินโดยมีระดับน้าตาลกลูโคสและอินซูลินในพลาสม่ารวมถึงมีค่า HOMA-IR ซึ่งเป็นค่าที่ประเมินภาวะดื้อต่ออินซูลินสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารปกติอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับสารก่อมะเร็งไม่เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเนื่องจากมีระดับน้าตาลกลูโคสไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับอาหารปกติและมีระดับน้าตาลกลูโคสต่ากว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงที่ไม่ได้รับสารก่อมะเร็งอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ และเมื่อได้รับสารสกัดราข้าวก่าพบว่าสารสกัดราข้าวก่าสามารถลดระดับน้าตาลกลูโคสและภาวะดื้อต่อ อินซูลินในหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงที่ไม่ได้รับสารก่อมะเร็งได้โดยสารสาคัญที่พบในราข้าวก่า เช่น cyanidin-3-glucoside และ peonidin-3-glucoside และกรดฟินอลิก ได้แก่ protocatchuic acid, vanillic, p-coumaric acid และ ferulic acid รวมถึง ?-oryzanol อาจมีผลต่อการยับยั้งการทางานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับ gluconeogenesis ส่งผลให้ระดับน้าตาลในเลือดลดลงและยับยั้งการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินในหนูที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงจากการศึกษาครั้งนี้ได้ การศึกษาผลของสารสกัดราข้าวก่าต่อการเกิดการอักเสบในหนูที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงพบว่าอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงเหนี่ยวนาให้เกิดการอักเสบในตับหนูได้โดยหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงเพียงอย่างเดียวมีการแสดงออกของยีน TNF-?, IL-1?, IL-6 และ NF-?B เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารปกติเพียงอย่างเดียว และสารสกัดราข้าวก่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้น 200 mg/kg body weight สามารถลดการอักเสบจากการเหนี่ยวนาด้วยอาหารไขมันและสารละลาย ฟรุคโตสสูงได้ อย่างไรก็ตามสารสกัดราข้าวก่าไม่สามารถลดการเกิด GST-P positive foci ซึ่งเป็นรอยโรคก่อนเกิดมะเร็งในหนูที่ได้รับสารก่อมะเร็งไดเอธิลไนโตรซามีนร่วมกับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงได้ซึ่งอาจเกิดเนื่องจากความเข้มข้นของไดเอธิลไนโตรซามีนที่ใช้มีความเข้มข้นสูงเกินไปและอาจต้องเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดราข้าวก่าให้มากขึ้นโดยต้องเป็นความเข้มข้นที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์ทดลอง นอกจากนี้จานวนหนูที่ใช้ในการทดลองอาจไม่เพียงพอที่จะใช้ศึกษาทาให้เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนนักจึงอาจต้องเพิ่มจานวนหนูให้มากขึ้นในการศึกษาครั้งต่อไป การศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่าสารสกัดราข้าวก่าที่สกัดด้วยเมทานอลสามารถลดการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินและยับยั้งการอักเสบในตับหนูที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงได้โดยแอนโทไซยานินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง cyanidin-3-glucoside และ peonidin-3-glucoside และกรดฟินอลิก ได้แก่ protocatchuic acid, vanillic, p-coumaric acid และ ferulic acid รวมถึง ?-oryzanol ในสารสกัดราข้าวก่าอาจเป็นสารสาคัญที่มีผลต่อการลดระดับน้าตาลในเลือดและส่งผลให้ยับยั้งการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน รวมถึงยับยั้งการอักเสบในตับหนูที่ได้รับอาหารไขมันและสารละลายฟรุคโตสสูงจากการศึกษาครั้งนี้ได้ จากผลการศึกษาข้างต้นสารสกัดราข้าวก่าอาจนาไปประยุกต์ใช้ในการลดระดับน้าตาลในเลือดและต้านการอักเสบในผู้ป่วยโรคอ้วนและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งตับในผู้ป่วยโรคอ้วนที่เกิดไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการดื่มสุราเรื้อรังได้

คำสำคัญ

Anthocyaninmetabolic syndromeInflammationแอนโทไซยานินhepatocellular carcinomaมะเร็งตับการอักเสบข้าวก่ำCancer chemopreventionPurple Rice Branเคมีป้องกันมะเร็งnonalcoholic fatty liver diseaseOryza sativa L. var. indicaรำข้าวก่ำHigh carbohydrate and high fat dietกลุ่มอาการเมแทบอลิคโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการดื่มสุราเรื้อรังอาหารคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ปัจจัยด้านโรคติดเชื้อที่ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งตับ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

มัทนา แอร์แบร์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 พ.ศ. 2554

ผลของสาหร่ายเตาต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งตับและลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง

รวิวรรณ วงศ์ภูมิชัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

ผลกระทบของอาหารที่มีไขมันและฟรุคโตสปริมาณสูงต่อจุลกายวิภาคศาสตร์ของตับ และโปรไฟล์ของไซโตโครมพี 450 3 เอ 11 ในตับหนูเมาส์

วรัญญา จตุพรประเสริฐ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การศึกษาฤทธิ์ของสารสำคัญจากมังคุดเพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง และการ รักษาภาวะพังผืดในตับ และภาวะตับแข็ง

ปริ่มเฉนียน มุ่งการดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

สมุนไพรมีผลต่อการยับยั้งสารสื่อประสาทที่มีฤทธิ์ต่อการเคลื่อนไหวของพยาธิใบไม้ในตับ

รัตนา เล็กสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

ผลของสารสกัดที่ได้จากเปลือกต้นรักเมื่อใช้ชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดมาตรฐานต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งตับ ในหนูทดลองที่เหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งตับ

สุภาวดี พาหิระ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

การเหนี่ยวนำภาวะไขมันพอกตับในหนูทดลอง

ชรินญา พิมพ์สอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557

ความสัมพันธ์ระหว่างการกินปลาร้ากับการเป็นมะเร็งท่อน้ำดีชนิดภายนอกตับ

วัชรพงศ์ พุทธิสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

การศึกษาฤทธิ์ของสารสำคัญจากมังคุด เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งและการรักษาภาวะพังผีดในตับ และภาวะตับแข็งในสัตว์ทดลอง

ปริ่มเฉนียน มุ่งการดี มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2556

ฤทธิ์ของสารสกัดรงทองและหัวข้าวเย็นใต้ต่อการรักษามะเร็งตับในหนูผ่านทางกระบวนการอะพอพโทซิส

วิสุทธิ์ ประดิษฐ์อาชีพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2564