กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การมีไขมันสะสมมากเกินในเซลล์ไขมันเป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบแบบเรื้อรังร่วมกัน ของเซลล์ไขมันและเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจ ทําให้มีการหลั่งกรดไขมันอิสระและ สารก่ออักเสบเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทําให้เซลล์กล้ามเนื้อเกิดภาวะอักเสบและดื้อต่ออินซูลิน นําไปส่การ ู เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในที่สุด การศึกษาคร้งนี้มีว ั ัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลไกระดับเซลล์ของ การต้านการอักเสบและต้านการดื้อต่ออินซูลินของสารสกัดข้าว 4 ชนิด คือ ข้าวก่ําดอยสะเก็ด ข้าวก่ําน่าน ข้าวก่ําพะเยาและข้าวกล้องกข 6 ในเซลล์กล้ามเนื้อ (ซี2ซี12) และเซลล์แมคโคร ฟาจ (อาร์เอดับเบิ้ลยู 264.7) ผลการศึกษาพบว่า ข้าวทุกชนิดมีฤทธิ์ยับย้งการอ ั ักเสบ โดย สามารถลดการแสดงออกได้อย่างมีนัยสําคัญท้งระด ั ับเอ็มอาร์เอ็นเอและโปรตีนของไอแอล-6 ในเซลล์กล้ามเนื้อที่ถูกบ่มด้วยปาลม์มิเตท และทีเอ็นเอฟ-แอลฟ่า ในเซลล์แมคโครฟาจถูกบ่ม ด้วยปาลม์มิเตทในแบบที่ขึ้นกับความเข้มข้น ข้าวก่ําน่านมีฤทธิ์ยับย้งการดื้อต่ออินซ ั ูลินท้งใน ั เซลล์กล้ามเนื้อที่ถูกบ่มด้วยปาลม์มิเตทและในสภาวะเลี้ยงร่วมระหว่างเซลล์แมคโครฟาจและ เซลล์กล้ามเนื้อที่มีปาล์มมิเตท ข้าวกล้องกข 6 และข้าวก่ําดอยสะเก็ดมีฤทธิ์ในการต้านการดื้อ ต่ออินซูลินเช่นกัน แต่ข้าวกล้องกข 6 จะมีฤทธิ์เฉพาะในการทดสอบในเซลล์กล้ามเนื้อที่ถูกบ่ม ด้วยปาลม์มิเตท ข้าวก่ําดอยสะเก็ดจะมีฤทธิ์เฉพาะในการทดสอบแบบการเลี้ยงร่วม ส่วนข้าวก่ํา พะเยาไม่พบฤทธิ์ในการต้านการดื้ออินซูลิน จากผลการศึกษาพบข้าวก่ําน่านแสดงฤทธิ์ใน ภาพรวมดีที่สุด เนื่องจากมีท้งฤทธิ ั ์ต้านการอักเสบและต้านการดื้ออินซูลินในทุกการศึกษา ผล การศึกษาคร้งนี้ชี้ให้เห ั ็นถึงศักยภาพของข้าวในการที่จะเป็นสารต้านการอักเสบและต้านการดื้อ ต่ออินซูลิน หรืออาจใช้เป็นอาหารเสริมในการป้องกันโรคเรื้อรังได