สารสกัดน้ำจากเปลือกถั่วเขียวเพิ่มการนำกลูโคสและลดอนุมูลอิสระในเซลล์ HepG2 ที่ดื้อต่ออินซูลิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาวะดื้อต่ออินซูลินเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการพัฒนาการของโรคเบาหวานชนิดที่2 ถึงแม้ว่าถั่วเขียวจะถูกรายงานว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ แต่การอธิบายถึงกลไกว่าถั่วเขียวสามารถเข้าไปมีบทบาทได้อย่างไรยังไม่เป็นที่แน่ชัด ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้จึงมุ่งที่จะวิเคราะห์ถึงผลของเปลือกถั่วเขียวสกัดน้ำต่อความไวต่ออินซูลินในเซลล์ HepG2 ที่ดื้อต่ออินซูลิน จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าเปลือกถั่วเขียวสกัดน้ำมีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดคือ 0.439 ? 0.002 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัดตัวอย่าง (mg GAE /g extract) และทดสอบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของสารตัวอย่างพบว่ามีค่า IC50 เท่ากับ 0.16?0.01 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร นอกจากนั้นยังพบว่าเปลือกถั่วเขียวสกัดน้ำสามารถเพิ่มการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่เซลล์และลดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ HepG2 ที่ดื้อต่ออินซูลิน โดยพบว่าเกิดจากกลไกของเปลือกถั่วเขียวสกัดน้ำสามารถเพิ่มการแสดงออกของยีน IRS1, FGFR1, PI3K และ AKT ในขณะเดียวกันก็สามารถลดการแสดงออกของยีน FOXO1, PEPCK, GSK3 และ GS อีกทั้งเปลือกถั่วเขียวสกัดน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระได้แก่ NRF2, Keap1, HO-1 และ NQO1 และสามารถลดการแสดงออกของยีน IL-6, IL-1?, TNF-?, PTP-1B and p53 ได้อีกด้วย จากการศึกษาสรุปได้ว่าเปลือกถั่วเขียวสกัดน้ำสามารถฟื้นฟูความไวต่ออินซูลินผ่าน 1) IRS1/FGFR1/PI3K/AKT ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงเมแทบอลิซึมของน้ำตาลกลูโคส และ 2) NRF2/KEAP1 ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระและลดการตอบสนองต่อการอักเสบ ทุกวันนี้พบว่าแนวโน้มผู้บริโภคมุ่งเน้นไปยังผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากเนื้อสัตว์โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมจากพืช ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้เกิดจากการคำนึงถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับประโยชน์ของเปลือกถั่วเขียวที่กล่าวไปก่อนหน้า จึงทำให้การวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลของการเติมเปลือกถั่วเขียวซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโรงงานถั่วเขียวต่อคุณภาพของเนื้อเทียมจากพืช จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเติมเปลือกถั่วเขียวที่ปริมาณร้อยละ 4, 6, 8, 10 และ 12 สามารถเพิ่มปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดและฟลาโวนอยทั้งหมดตามลำดับปริมาณที่เพิ่มขึ้น เนื้อเทียมจากพืชที่มีเปลือกถั่วเขียวอยู่ร้อยละ 12 พบว่ามีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดสูงที่สุดเท่ากับ 0.61?0.01 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัมตัวอย่าง และมีปริมาณฟลาโวนอยทั้งหมดสูงที่สุดเท่ากับ 0.08?0.00 มิลลิกรัมสมมูลของคาเทชินต่อกรัมตัวอย่าง สำหรับค่าสีพบว่า L*a*b* ของผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมจากพืชนั้นลดลงเมื่อเพิ่มปริมาณร้อยละของเปลือกถั่วเขียว ในขณะที่สมบัติเชิงเนื้อสัมผัสพบว่าเมื่อปริมาณร้อยละของเปลือกถั่วเขียวเพิ่มขึ้น ค่าความแข็ง ความเคี้ยวได้ ลักษณะแตกตัวออกจนพร้อมที่จะกลืนได้ ความยืดหยุ่น และการเกาะติดของผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมจากพืชนั่นเพิ่มขึ้น จากผลการศึกษาสามารถบ่งชี้ได้ว่าการเติมเปลือกถั่วเขียวในผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมจากพืชสามารถเพิ่มคุณสมบัติทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ในด้านของปริมาณฟีนอลิกและฟลาโวนอย แม้ว่าการเติมเปลือกถั่วเขียวนั้นส่งผลต่อเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์แต่ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการนำเปลือกถั่วเขียวไปใช้ประโยชน์ในลักษณะเป็นส่วนประกอบของอาหารฟังก์ชันสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน