การประยุกต์ใช้รังสีแกมม่าและการฉายแสงอิเล็กตรอนในการสกัดโปรตีนจากถั่วพูและพัฒนาเปปไทด์ชนิดใหม่เพื่อต่อยอดเป็นอาหารสุขภาพมูลค่าสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้การฉายรังสีแกมม่าหรือการฉายแสงอิเล็กตรอนเพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาโปรตีนหรือเปปไทด์จากเมล็ดถั่วพู Psophocarpus tetragonolobus (PT seed) ผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าการนำเมล็ดถั่วพูไปทำการฉายด้วยรังสีแกมม่าและลำแสงอิเล็กตรอนก่อนการสกัดโปรตีนจะช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของโปรตีนที่สกัดได้จากเมล็ดถั่วพู จากการเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ผลผลิต (% yield) ของโปรตีนที่สกัดได้ด้วยเทคนิคกรด-ด่างและคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของโปรตีนจากเมล็ดถั่วพูที่ฉายรังสีแกมม่าและลำแสงอิเล็กตรอนเปรียบเทียบกับเมล็ดถั่วพูที่ไม่ได้ฉายรังสี ผลการทดลองพบว่าโปรตีนที่สกัดจากเมล็ดถั่วพูที่ฉายรังสีแกมม่านั้นมีค่าผลผลิตที่สูงที่สุดเท่ากับ 4.95 ? 0.74% เมื่อเปรียบเทียบกับโปรตีนที่สกัดจากเมล็ดถั่วพูที่ฉายลำแสงอิเล็กตรอน (4.65 ? 0.56%) และโปรตีนจากเมล็ดถั่วพูที่ไม่ได้ทำการฉายรังสี (3.23 ? 0.64%) ผลการศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระด้วยเทคนิค DPPH assay และ ABTS assay พบว่าโปรตีนที่สกัดจากเมล็ดถั่วพูที่ฉายรังสีแกมม่านั้นมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด มีค่า IC50 เท่ากับ 45.38 ? 6.48 ?g/ml และ 47.08 ? 1.75 ?g/ml เมื่อศึกษาด้วยเทคนิค DPPH assay และ ABTS assay ตามลำดับ เมื่อทำการศึกษามวลโมเลกุลของโปรตีนที่สกัดได้ด้วยเทคนิค SDS-PAGE พบว่าโปรตีนจากเมล็ดถั่วพูทั้งที่ทำการฉายและไม่ฉายรังสีหรือลำแสงอิเล็กตรอนมีมวลโมเลกุลที่เหมือนกันและอยู่ในช่วง 15-20 kDa และ 75-245 kDa เมื่อทำการย่อยโปรตีนจากเมล็ดถั่วพูด้วยเอนไซม์อัลคาเลสให้ได้เป็นโปรตีนไฮโดรไลเซท พบว่าโปรตีนไฮโดรไลเซทจากเมล็ดถั่วพูที่ไม่ผ่านการฉายรังสีที่เวลาในการย่อย 5 นาที, 45 นาที และ 6 ชั่วโมง แสดงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงที่สุด และมีค่าระดับของการย่อยของโปรตีนเท่ากับ 90 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ารังสีแกมม่าและลำแสงอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพในการช่วยสกัดโปรตีนจากเมล็ดถั่วพูได้ดีทั้งในแง่ผลผลิตและฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการย่อยด้วยเอนไซม์อัลคาเลสให้ได้เป็นโปรตีนไฮโดรไลเซทนั้น การฉายรังสีแกมม่าหรือลำแสดงอิเล็กตรอนจะทำให้โปรตีนไฮโดรไลเซทมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ลดลงเล็กน้อย และการนำโปรตีนไปทำการฉายด้วยรังสีแกมม่าหรือลำแสงอิเล็กตรอนนั้นไม่เกิดผลเสียหรือผลใดใดต่อโปรตีน ดังนั้น การประยุกต์ใช้รังสีแกมม่าหรือลำแสงอิเล็กตรอนในการสกัดโปรตีนจากเมล็ดถั่วพูนั้นจึงมีประโยชน์มากกว่าการประยุกต์ใช้เทคนิคดังกล่าวกับโปรตีนที่สกัดได้จากเมล็ดถั่วพู