ประโยชน์ต่อสุขภาพของผงรำข้าวสกัดน้ำมันที่มีใยอาหารสูง ในสัตว์และในคน (ปีที่ 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทนำ: โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกในปี 2015 พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ของประชากรทั่วโลกสูงเป็นอันดับ 3 จากโรคมะเร็งทั้งหมด ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มาจากการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง เนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งอาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของใยอาหารต่ำ จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก มีอุจจาระคั่งค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ เยื่อบุลำไส้จึงมีโอกาสสัมผัสกับสารก่อมะเร็งหรือสารพิษต่าง ๆ เป็นเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง และพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งสามารถกระจายสู่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ ในทางกลับกันอาหารกลุ่มของใยอาหารและอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นองค์ประกอบสามารถยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ คณะผู้วิจัยจึงนำผงรำข้าวสกัดน้ำมันมาศึกษา เนื่องจากในผงรำข้าวสกัดน้ำมันมีปริมาณใยอาหารสูงและมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นองค์ประกอบ โดยทำการศึกษาผลของการกินผงรำข้าวสกัดน้ำมันต่อการลดการอักเสบ การต้านอนุมูลอิสระ การต้านการทำลายดีเอ็นเอ และการยับยั้งการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในสัตว์ทดลอง รวมถึงศึกษาศักยภาพในการลดกระบวนการอักเสบในผู้ป่วยลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาศักยภาพของผงรำข้าวสกัดน้ำมันต่อการลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในสัตว์ทดลองและในผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้ เพื่อศึกษาผลของการกินผงรำข้าวสกัดน้ำมันต่อการลดการเกิดมะเร็งลำไส้ การเกิดการอักเสบ การต้านอนุมูลอิสระ และการเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็งในหนูทดลอง ที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งลำไส้ด้วย azoxymethane (AOM) และ dextran sodium sulfate (DSS) โดยแบ่งหนูทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งลำไส้ (AOM/DSS) กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งลำไส้และได้กินผงรำข้าวสกัดน้ำมันปริมาณ 3 g/kg/day (เทียบเท่าหนึ่งหน่วยบริโภคของคน) (AOM/DSS + DRB 3 g) และกลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งลำไส้และได้กินผงรำข้าวสกัดน้ำมันปริมาณ 6 g/kg/day (เทียบเท่าสองหน่วยบริโภคของคน) (AOM/DSS + DRB 6 g) เมื่อสิ้นสุดการทดลองได้มีการเก็บตัวอย่างลำไส้มาทำการวิเคราะห์จำนวนการเกิด aberrant crypt foci (ACF) และจำนวน tumor และวิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ ได้แก่ TNF-? และ NF?B รวมถึงวิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ SOD, CAT, GPx และ GSH content และการเกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชัน ได้แก่ 8-OHdG และ Protein carbonyl นอกจากนี้ วิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็ง ได้แก่ ?-catenin, c-Myc และ cyclin D1 นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยได้เตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในมนุษย์ (โครงการต่อเนื่องปีที่ 3) เพื่อศึกษาผลของรำข้าวสกัดน้ำมันต่อการยับยั้งการอักเสบและยับยั้งปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ในผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบ (UC) คณะผู้วิจัยได้เตรียมเกณฑ์สำหรับการคัดเลือกอาสาสมัครเข้าศึกษา และดำเนินการยื่นขอรับการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัย จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของมนุษย์ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และได้ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงรำข้าวสกัดน้ำมันเป็นผงชงดื่มสำเร็จรูปสำหรับการศึกษาวิจัยในผู้ป่วย ผลการศึกษาและสรุปผล: ผลการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่า หนูทดลองกลุ่มที่ได้กินผงรำข้าวสกัดน้ำมันทั้งปริมาณ 3 g/kg/day และ 6 g/kg/day (AOM/DSS + DRB 3 g และ AOM/DSS + DRB 6 g) มีอาการของโรคมะเร็งลำไส้ ได้แก่ น้ำหนักตัวลด ถ่ายเหลว และมีเลือดออกบริเวณทวารหนัก ลดลงเปรียบเทียบกับหนูทดลองกลุ่มที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งลำไส้ (AOM/DSS) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าหนูทดลองกลุ่มที่ได้กินผงรำข้าวสกัดน้ำมันมีจำนวนการเกิด ACF และจำนวน tumor ลดลง รวมทั้งมีเปอร์เซ็นต์การเกิด ACF with low และ high grade dysplasia และ adenocarcinoma ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับหนูทดลองในกลุ่ม AOM/DSS อีกทั้งยังพบว่าหนูทดลองกลุ่มที่ได้กินผงรำข้าวสกัดน้ำมันมีระดับ TNF-? และ NF?B ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบลดลง ในขณะที่ผลการศึกษาการต้านอนุมูลอิสระและภาวะเครียดจากออกซิเดชัน พบว่า หนูทดลองที่ได้รับการกระตุ้นด้วย AOM/DSS และได้รับผงรำข้าวสกัดน้ำมันมีระดับของ SOD, CAT, GPx และ GSH content สูงกว่ากลุ่มหนูที่ไม่ได้รับรำข้าวสกัดน้ำมัน ในขณะที่ระดับ 8-OHdG และ Protein carbonyl ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับรำข้าวสกัดน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ผลการแสดงของโปรตีน ?-catenin, c-Myc และ cyclin D1 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งลดลงเช่นเดียวกัน จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า ผงรำข้าวสกัดน้ำมันมีศักยภาพในการลดการเกิดมะเร็งลำไส้ ลดการอักเสบ และลดการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง ผู้วิจัยจึงเห็นถึงคุณประโยชน์ต่อการลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในคน ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยในมนุษย์ได้ยื่นขอรับการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัยเรียบร้อยแล้ว และผงรำข้าวสกัดน้ำมันอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นผงชงดื่มสำเร็จรูปสำหรับการศึกษาวิจัยในผู้ป่วย สำหรับการศึกษาในมนุษย์ต่อไป (โครงการต่อเนื่องปีที่ 3)