การศึกษาความคงตัวของสารสกัดรำข้าวสีแดงผ่านการวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รำข้าวหอมมะลิแดง หมักด้วย 50% เอทานอลเป็นเวลาทั้งหมด 9 วัน จากนั้นกรองและทำให้แห้งด้วยเครื่อง Rotary evaporator และทําให้แห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Lyophilization) ด้วยเครื่อง Freeze dryer สารสกัดรำข้าวแดงชั้น 50% เอทานอล จากนั้นนำสารสกัดรำข้าวแดงชั้น 50% เอทานอล แบ่งออกเป็น 8 ส่วนเก็บที่ตู้ Stability Chamber (อุณหภูมิ 40?2 ?C และความชื้นสัมพัทธิ์ร้อยละ 75?5) เป็นเวลา 6 เดือนการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า จากการศึกษาทดสอบความคงตัวของสารสกัดรำข้าวแดงชั้น 50% เอทานอลเมื่อทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการผลิต Nitric Oxide (NO) พบว่าสารสกัดมีค่า IC50 อยู่ในช่วง 186-198 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตั้งแต่วันที่ 0 จนถึงวันที่ 180 โดยค่า IC50 แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ, ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (COX-2 inhibitor) พบว่าค่า COX-2 วันที่ 0 ถึงวันที่ 180 อยู่ในช่วง 0.06-0.35 นาโนกรัม/มิลลิลิตร โดยเปรียบเทียบกับ -LPS (กลุ่มควบคุมแบบบวก) มีค่าเท่ากับ 0.20?0.6 นาโนกรัม/มิลลิลิตร และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen and Nitrogen Species (ROS/RNS) Scavenging Assays) พบว่า ค่า ROS (อยู่ในช่วง 75.23-95.43) และ RNS (อยู่ในช่วง 81.28-115.22) เมื่อเปรียบเทียบวันที่ 0 กับวันอื่น ๆ แตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่า สารสกัดรำข้าวชั้น 50% เอทานอลยังคงฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระแม้จะเก็บนานเป็นเวลา 2 ปี