การใช้ประโยชน์จากใบมะรุมเป็นอาหาร ไก่ไข่ และไก่เนื้อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการใช้ประโยชน์จากใบมะรุมเป็นอาหารไก่ไข่ และไก่เนื้อ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา คุณค่าทางโภชนะของใบมะรุม และระดับที่เหมาะสมของการใช้ใบมะรุมในอาหารไก่ไข่ และไก่เนื้อ โดยแบ่งเป็น 4 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 และ 2 เป็นการประเมินคุณค่าทางโภชนะของใบ มะรุมในไก่ไข่ และไก่เนื้อตามลำดับโดยเปรียบเทียบกับใบกระถินที่มีองค์ประกอบทางเคมีใกล้เคียงกัน ใช้ไก่ไข่อายุ 40 สัปดาห์ จำนวน 30 ตัว (การทดลองที่ 1) และใช้ไก่เนื้ออายุ 3 สัปดาห์ เพศผู้ และ เพศเมียอย่างละ 15 ตัว (การทดลองที่ 2) การทดลองแบ่งเป็น 3 กลุ่มๆละ 10 ตัว สุ่มไก่แต่ละตัวให้ ได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งมัน (ใช้หา endogenous nitrogen) ใบกระถินแห้งปัน และใบ มะรุมแห้งปน เลี้ยงไก่ทดลองบนกรงเดี่ยวที่มีถาดรองรับสิ่งขับถ่าย บันทึกน้ำหนักอาหารที่กิน และสิ่ง ขับถ่าย เก็บตัวอย่างอาหารและสิ่งขับถ่ายมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและพลังงาน นำข้อมูลที่ ได้มาคำนวณหาเปอร์เซ็นต์การใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะและพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้ของใบมะรุม และใบกระถิน วิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้ T-test comparison ผลการทดลอง ในการทดลองที่ 1 ที่ศึกษาในไก่ไข่ปรากฏว่า เปอร์เซ็นต์การใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะ ได้แก่ วัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ โปรตีน ไขมัน เยื่อใย ไนโตรเจนฟรีเอ็กแทรกซ์ และพลังงาน รวมทั้งพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้ของใบ มะรุม และใบกระถินในไก่ไข่ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ส่วนการทดลองที่ 2 ในไก่เนื้อปรากฎ ว่าใบมะรุมมีเปอร์เซ็นต์การใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะ ได้แก่ วัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ โปรตีน เยื่อใย ไนโตรเจนฟรีเอ็กแทรกซ์ และพลังงานสูงกว่าใบกระถิน (P<0.01) ส่วนเปอร์เซ็นต์การใช้ประโยชน์ได้ ของไขมันในใบมะรุม และใบกระดินไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) นอกจากนี้พลังงานที่ใช้ ประโยชน์ได้ของใบมะรุมก็มีค่าสูงกว่าใบกระถิน (P<0.01) การทดลองที่ 3 ศึกษาระดับที่เหมาะสมในการใช้ใบมะรุมแห้งปนในสูตรอาหารไก่ไขโดยใช้ แผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ภายในบล็อกโดยกำหนดให้บล็อก คือ ตำแหน่งของแถวกรงตับภายใน โรงเรือน มี 4 แถว ในแต่ละแถวใช้กรงตับไก่ชุดละ 9 ตัว เลี้ยงไก่ไข่พันธุ์อีซ่าบราวน์อายุ 38 สัปดาห์ ในกรงตับกรงละ 3 ตัว รวม 180 ตัว ในแต่ละแถวสุ่มไก่ในแต่ละชุด ให้ได้รับอาหารทดลอง 5 สูตร คือ อาหารผสมใบมะรุม 0, 2, 4, 6 และ 8 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บข้อมูลด้านสมรรถภาพการให้ผล ผลิตไข่ และคุณภาพไข่ 5 ช่วง (period) ช่วงละ 28 วัน ช่วงท้ายของการทดลองสุ่มเก็บสิ่งขับถ่าย หรือมูลไก่มาเพาะเชื้อและตรวจนับจำนวนจุลินทรีย์รวม โคลิฟอร์ม ซัลโมเนลลา และแลคติกแอซิค แบคทีเรีย ผลการทดลองปรากฏว่าในทุกช่วงการทดลองไก่ที่ได้รับอาหารทดลองทุกกลุ่มมีเปอร์เซ็นต์ การให้ไข่ ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นไข่ 1 กิโลกรัม และต้นทุนค่าอาหารต่อการผลิตไข่ 1 กิโลกรัม รวมทั้งคุณภาพไข่ในด้านน้ำหนักไข่ ความสูงไข่ขาว ค่า Haugh unit และความหนาเปลือก ไข่ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) อย่างไรก็ตามพบว่าไก่ที่ได้รับอาหารผสมใบมะรุมมีการกิน อาหารในปริมาณต่ำกว่าไก่ที่กินอาหารที่ไม่มีการผสมใบมะรุม (P<0.01) แต่ไก่ที่กินอาหารผสมใบ มะรุม 6 และ 8 เปอร์เซ็นต์มีค่าสีของไข่แดงสูงกว่ากลุ่มอื่น (P<0.01) จำนวนจุสินทรีย์รวม โคลิฟอร์ม และ ซัลโมเนลลา ในมูลไก่ทุกกลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ส่วนแลคติกแอซิค แบคทีเรียในมูลไก่ที่กินอาหารผสมใบมะรุม 8 เปอร์เซ็นต์มีจำนวนสูงกว่ากลุ่มอื่น (P<0.01) การทดลองที่ 4 ศึกษาระดับที่เหมาะสมในการใช้ใบมะรุมแห้งปั่นในสูตรอาหารไก่เนื้อ โดยใช้ แผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ใช้ลูกไก่เนื้อพันธุ์ Ross 208 จำนวน 400 ตัว แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ๆละ 5 ซ้ำแต่ละช้ำใช้ไก่ 16 ตัว สุ่มไก่แต่ละกลุ่มให้ได้รับอาหารทดลอง 5 สูตร คือ อาหารผสมใบมะรุม 0, 2, 4,6 และ 8 เปอร์เซ็นต์ บันทึกน้ำหนักไก่และอาหารที่กิน ทุกสัปดาห์ เมื่อครบ 6 สัปดาห์สุ่มไก่แต่ ละกลุ่มทำการฆ่า ชำแหละเพื่อศึกษาลักษณะชาก ลักษณะเนื้อ และเก็บตัวอย่างลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และมูลไก่ตรวจนับจำนวนจุลินทรีย์ 4 กลุ่มเช่นเดียวกับการทดลองในไก่ไข่ และเก็บตัวอย่างลำไส้เล็ก ตอนปลายนำมาตัดเนื้อเยื่อเพื่อวัดความสูงของวิลไล ผลการทดลองปรากฏว่าสมรรถภาพการผลิต (อัตราการเจริญเติบโต ปริมาณอาหารที่กิน อัตราการเปลี่ยนอาหาร และต้นทุนค่าอาหารต่อการเพิ่ม น้ำหนัก 1 กิโลกรัม) และคุณภาพซากของไก่ทุกกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ยกเว้น อัตราการรอดชีวิตที่พบว่ไก่ที่กินอาหารผสมใบมะรุม 0 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด (P <0.01) อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าไก่ที่กินอาหารผสมใบมะรุม 8 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการเปลี่ยน อาหาร และต้นทุนค่าอาหารต่อการเพิ่มน้ำหนัก 1 กิโลกรัมต่ำกว่ากลุ่มอื่น นอกจากนี้พบว่า คุณภาพ เนื้อส่วนใหญ่ของไก่ทุกกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันทงสถิติ (P>0.05) ยกเว้นเนื้ออก และเนื้อสันในของ ไก่ที่กินอาหารผสมใบมะรุม 6 และ 8 เปอร์เซ็นต์ มีค่าความเป็นสีเหลือง (๖") มากกว่ากลุ่มอื่น (P<0.01) ส่วนจำนวนจุลินทรีย์ทั้ง 4 ชนิดในมูลไก่ทุกกลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ในทำนอง เดียวกัน ความสูงของวิลไลในลำไส้เล็กของไก่ทุกกลุ่มก็ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของตับไก่ทดลองในทุกกลุ่มไม่แตกต่างกัน ดังนั้นใบมะรุมจึงเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดใหม่ในการผลิตอาหารสำหรับไก่ไข่ และไก่เนื้อ ได้โดยสามารถใช้ได้ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ในสูตรอาหาร