รูปแบบการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในป้องกันควบคุมโรคปรสิตในสัตว์ปีกพื้นเมืองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายศึกษาพัฒนาเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของเลี้ยงไก่พื้นบ้านภายใต้แนวเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อป้องกันโรคพยาธิภายในและภายนอกของไก่ และได้คัดเลือกเกษตรกร 11 ราย ที่บ้านกุดหว้า ต.ดอนดู่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เริ่มต้นโครงมีไก่การจำนวน 797 ตัว สิ้นสุดโครงการมีไก่จำนวน 1,129 ตัว เพิ่มขึ้น 332 ตัว (41.66%) ก่อนการทดลองตรวจพบพยาธิลำไส้จำนวน 101 ตัวอย่าง (84.17%) และปรสิตภายนอกจำนวน 3 ตัวอย่าง (6.25%) หลังทดลองตรวจพบพยาธิลำไส้จำนวน 34 ตัวอย่าง (28.33%) การติดพยาธิลำไส้ลดลง 55.84% และปรสิตภายนอกจำนวน 16 ตัวอย่าง (12.12%) การติดปรสิตภายนอกเพิ่มขึ้น 5.87% การตรวจพบพยาธิภายในลำไส้ก่อนและหลังทดลองพบมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ p-value =0.001 (< 0.05) การตรวจพบปรสิตภายนอกก่อนและหลังทดลองพบว่ามีค่าไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ p-value = 0.13 (>0.05) ผลคะแนนทดสอบความรู้ก่อนและหลังทดลองพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ p-value = 0.452 (Mean difference (95% Confidence Interval Diff. = -1.13 to 2.33) การตรวจพบพยาธิลำไส้ลดลงแต่ก็ไม่ได้หมดไปเพราะพฤติกรรมการเลี้ยงไก่แบบปล่อยอิสระให้ไก่หาอาหารกินเองตามบริเวณบ้าน สวน และไร่นา ตลอดจนวิธีการให้อาหารไก่ตามพื้นดินทำให้ไม่สามารถกำจัดวงจรการติดพยาธิในไก่ได้หมดไป ส่วนปรสิตภายนอกพบมาขึ้นนั้นอาจเนื่องจากเกษตรกรส่งตัวอย่างขนไก่ตรวจเพิ่มมากขึ้น การเลี้ยงไก่แบบปล่อยอิสระจับไม่ได้ และไก่นอนบนต้นไม้หรือตามที่สูงต่างๆไม่สามารถจับมากำจัดปรสิตภายนอกอย่างได้ผล และคะแนนวัดความรู้เกษตรกรก่อนและหลังทดลองไม่แตกต่างกันอาจเป็นเพราะผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยส่วนมากเป็นคนสูงอายุอาศัยประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่แบบพื้นบ้าน ความจดจำความรู้ต่างๆที่อบรมให้มักลืมง่ายทำให้ผลวัดคะแนนความรู้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เกษตรกรที่ร่วมโครงการไม่มีเงินทุนพอสำหรับสร้างคอกเลี้ยงไก่ในระบบปิด ไม่มีรั้วตาข่ายที่สามารถป้องกันสัตว์นักล่า ตลอดจนขาดวัคซีนและยามาป้องกันรักษาโรคของไก่ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกษตรกรสูญเสียไก่จากโรคระบาด พยาธิ และสัตว์นักล่าและส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในชุมชน