การต่อยอดและส่งเสริมการใช้ประโยชน์นวัตกรรมชุดทดสอบการติดหนอนพยาธิในไก่สายพันธุ์พื้นเมือง และลูกผสมสายพันธุ์พื้นเมืองเพื่อการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สถานการณ์การเพาะเลี้ยงไก่สายพันธุ์พื้นเมือง และไก่ลูกผสมสายพันธุ์พื้นเมืองในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยหรือกึ่งปล่อย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดพยาธิตัวตืดสกุล Raillietina และพยาธิตัวกลมชนิด Ascaridia galli จากสิ่งแวดล้อม โดยมีค่าความชุกอยู่ระดับปานกลาง-สูง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งปัญหาที่สำคัญด้านสุขภาพสัตว์ที่มักพบในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงไก่ ทำให้ไก่มีอัตราแลกน้ำหนักสูง คุณภาพผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน และส่งผลต่อการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการวิจัยนี้จึงได้พัฒนาชุดตรวจสอบการติดหนอนพยาธิในไก่ 2 กลุ่ม แบบ duplex detection kit ประกอบด้วยพยาธิตัวตืดสกุล Raillietina (R. echinobothrida, R. tetragona, R. cesticillus) และพยาธิตัวกลมชนิด A. galli โดยใช้เทคนิค loop-mediated isothermal amplification (LAMP) ควบคู่กับ lateral flow dipstick (LFD) สำหรับเป็นเครื่องมือการตรวจหาหนอนพยาธิทั้ง 2 กลุ่ม ผลการศึกษาพบว่าไพรเมอร์ LAMP ที่ออกแบบมีความจำเพาะต่อพยาธิตัวตืดสกุล Raillietina และพยาธิตัวกลมชนิด A. galli โดยไม่เกิดปฏิกิริยาข้ามกับหนอนพยาธิชนิดอื่น ๆ ที่ติดร่วมกันในไก่ ซึ่งมีสภาวะที่เหมาะสมในการเกิดปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 66 องศาเซลเซียส ระยะเวลา 60 นาที จากนั้นนำผลิตภัณฑ์ LAMP มาวิเคราะห์ควบคู่กับเทคนิค LFD พบว่าการเข้าจับของ probe ที่ความเข้มข้น 2 pmol ที่อุณหภูมิ 66 องศาเซลเซียส ระยะเวลา 5 นาที สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ LAMP ของพยาธิตัวตืดสกุล Raillietina และพยาธิตัวกลมชนิด A. galli ได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า เมื่อนำชุดตรวจสอบไปตรวจหาการติดหนอนพยาธิทั้ง 2 กลุ่ม ในตัวอย่างอุจจาระไก่ และเปรียบเทียบกับวิธีการมาตรฐาน พบว่าชุดตรวจสอบที่พัฒนาขึ้นไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับวิธีการมาตรฐานที่ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์