การศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาไทยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย HIV
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ๑.) เพื่อศึกษาองค์ความรู้ แนวคิด ทฤษฎี วิธีการวินิจฉัย และแนวทางการรักษาโรคระบบภูมิคุ้มกันของหมอแผนไทย กรณีศึกษา อ.หมอชุบ แป้นคุ้มญาติ ที่นาตารับยาสมุนไพร (ศิลาจารึกวัดโพธิ์) มาประยุกต์ใช้เป็นยารักษาโรคระบบภูมิคุ้มกันตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย และมองมุมการรักษาจากแพทย์แผนไทยในภาคส่วนต่างๆ อีกจานวน ๔ ท่าน ได้แก่ หมอ ชุบ แป้นคุ้มญาติ อ.คมสัน ทินกร ณ อยุธยา แพทย์แผนไทยประเภท ก., อ.เนตรดาว ยวงศรีแพทย์แผนไทยประเภท ก. และ อ.ไกรสีห์ ลิ้มประเสริฐ แพทย์แผนไทยประยุกต์ ๒.) เพื่อศึกษาการใช้ตารับยาสมุนไพรในการรักษาโรคระบบภูมิคุ้มกันตามองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย ตลอดจนการเตรียมยา และการบริหารยาในผู้ป่วย ๓.) เพื่อศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของตารับยาสมุนไพร (ศิลาจารึกวัดโพธิ์) ในการรักษาโรคระบบภูมิคุ้มกัน กรณีศึกษา โรคภูมิคุ้มกัน ผู้วิจัยใช้หลักพุทธรรม,และคัมภีร์วิสุทธิมรรคเป็นหลัก และศึกษาตาราแพทย์แผนไทยที่ใช้เป็นหลักการสาคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพ หลักที่ใช้มากที่สุดคือการจาแนกวิธีการรักษาโรคตามธาตุ ๔ ที่เสียสมดุลไป ด้วยตารับการใช้ยาในจารึกวัดโพธิ์ เมื่อนาองค์ความรู้มาทาการศึกษาวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีความคิดในองค์รวมเรื่องธาตุ๔ ที่สมดุล ไม่มองเป็นโรคแต่มองว่าธาตุเสียสมดุล เมื่อเสียสมดุลให้แก้ไขที่ตัวทาให้เกิดเหตุตามสมดุลนั้นทั้งกายและใจ ซึ่งตรงกับตาราศิลาจารึกวัดโพธิ์ที่เรียกการสัมผัสของสมดุลธาตุว่าธาตุรู้(อภิญญาณ) แต่วิธีการรักษาวางยาอาจแตกต่างกันไปตามองค์ความรู้ที่ไปสืบกันมา และมีหลักในการปฏิบัติตัวขณะรับการรักษา ด้วยการงดอาหารบางชนิดเรียก อาหารแสลงจากการติดตามประสิทธิผลของตารับยา พบว่า ไม่มีผลข้างเคียงในการใช้ยา ผลรวมสุขภาพรวมดีขึ้น จะเห็นได้ว่ายาในตารับที่นามาวิจัยจึงใช้แก้สภาวะการเสียสมดุลของโรคระบบน้าเหลืองได้ดีเช่นกัน