ระบบสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์และเชื่อมโยงตัวยาสมุนไพรจากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการดูแลรักษาสุขภาพ จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้ตัวยาสมุนไพรในการปรุงยารักษาโรคของหมอพื้นบ้าน ว่าพืชสมุนไพรแต่ละตัวสามารถนำไปใช้ในการปรุงยาสมุนไพรเพื่อการรักษาโรคใดบ้าง พืชสมุนไพรแต่ละตัวสามารถแปรรูปอย่างไร และมีกระบวนการเก็บรักษาอย่างไร และเป็นการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างตำรับยาสมุนไพรของหมอพื้นบ้านในจังหวัดศรีสะเกษโดยพิจารณาจากพืชสมุนไพร และสรรพคุณของพืชสมุนไพรแต่ละชนิดที่ใช้เป็นส่วนประกอบ ซึ่งการวิเคราะห์นี้จะทำให้เกิดสารสนเทศที่นำไปสู่องค์ความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของพืชสมุนไพรพื้นบ้านในจังหวัดศรีสะเกษที่ถูกนำมาใช้เป็นตำรับยารักษาอาการเจ็บป่วย นอกจากนี้เพื่อเป็นการค้นองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสรรพคุณของพืชสมุนไพร ผู้วิจัยจึงได้ทำการเปรียบเทียบสรรพคุณของสมุนไพรพื้นถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษที่ผู้วิจัยได้รับมาจากคำบอกเล่าของหมอพื้นบ้านจังหวัดศรีสะเกษ กับกฎความสัมพันธ์ที่แสดงความความสัมพันธ์ระหว่างอาการเจ็บป่วยและสมุนไพรที่ตอบสนองต่ออาการเจ็บป่วยนั้น โดยกฎความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้เป็นข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลจากระบบอินเตอร์เน็ตโดยใช้เทคนิคเหมืองข้อความ ซึ่งการเปรียบเทียบนี้ทำให้เกิดกระบวนการ ตรวจสอบองค์ความรู้ทางด้านสรรพคุณของสมุนไพรที่ได้จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาของหมอยาพื้นบ้านในจังหวัดศรีสะเกษ ผู้วิจัยได้นำระบบสารสนเทศฯ ไปทดสอบการใช้งานกับกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมายอันประกอบไปด้วย 1) นักศึกษา/อาจารย์ 2) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 3) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยใช้แบบประเมินประสิทธิภาพของระบบสารเทศฯ เป็นเครื่องมือในการประเมินและรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอจากผู้ใช้งาน โดยผลการประเมินประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารสนเทศฯ เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารสนเทศฯ มีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน เท่ากับ 4.18 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.423 โดยเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารสนเทศฯ ด้านการใช้งานระบบ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 4.25 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.425 รองลงมา ด้านการใช้ประโยชน์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.16 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.495 และด้านเนื้อหา มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด เท่ากับ 4.15 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.561 ตามลำดับ