กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 11 เพื่อวิเคราะห์สารสนเทศสูทรยาสมุนไพรจากษุณีญา ท้องถิ่นด้านการดูแลรักษาสุขภาพ จังหวัดศรีสะเกษ 2) เพื่อรวบรวมสูตรยาสมุนไพรจากภูปัญญา ท้องถิ่นด้านการดูแลรักษาสุขภาพ จังหวัดศรีสะเกษ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือหมอยาพื้นบ้าน ประเภทหมอยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 มาตรา 33(1)(ค) สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทการแพทย์ พื้นบ้านไทย ในจังหวัดศรีสะเกษ สำรวจในปี พ.ศ. 2556 และพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูล จำนวน 115 คน โดยผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสัมภาษณ์ด้วยตนเอง ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์ข้อมูล ออกเป็น 2 ส่วน ตามวัตถุประสงค์ของการศึกษานั่นคือ 1) ผลการวิเคราะห์สารสนเทศตรยาสมุนไพร จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการดูแลรักษาสุขภาพ จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่การวิเคราะห์หาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าความถี่ (Frequency) พร้อมทั้งใช้วิธีการเชิง พรรณนา (Descriptive method) ในการอภิปรายและวิจารณ์ผลควบคู่ไปด้วย 2) ผลการรวบรวบรวม สูตรยาสมุนไพรจากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการดูแลรักษาสุขภาพ จังหวัดศรีสะเกษ หมอพื้นบ้านส่วนใหญ่ในจังหวัดศรีสะเกษ เชี่ยวชาญโรคเกี่ยวกับผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ อาการปวดเมื่อย เป็นไข้ ซึ่งเป็นโรคไม่ร้ายแรงสามารถใช้สมุนไพรรักษาอาการได้ โดย สัดส่วนการใช้ยาและสรรพคุณของตัวยาสมุนไพรก็อาศัยจากการบอกเล่าของบรรพบุรุษที่สืบต่อกันมา โดยการ ใช้สมุนไพรของหมอพื้นบ้านในจังหวัดศรีสะเกษไม่นิยมใช้สมุนไพรเดี่ยว ๆ มักใช้ตัวยาสมุนไพรประกอบกัน หลายตัวเป็นตำรับ ส่วนของสมุนไพรที่ใช้งานสามารถใช้ได้ทุกส่วน เช่น แก่น ราก ผล ใบ ดอก ลำต้น เป็นต้นต้น ซึ่งรสยาของสมุนไพรประกอบไปด้วยรสฝาด รสหวาน รสเมาเบื่อ รถเผ็ดร้อน เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้ว แหล่งที่มาของยาสมุนไพร มากจากป่าชุมชน ปลูกเอง และป่าภูเขา และสำหรับวิธีการใช้ยาสมุนไพร มีทั้งต้มต้มดื่ม การฝน การต่ำคั้นเอาน้ำกิน การทำยาทา เป็นต้น ซึ่งยาสมุนไพรส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบของดำรับ มี ส่วนประกอบของสมุนไพรหลายชนิดรวมกันในการออกฤทธิ์รักษาอาการเจ็บป่วย ในการนำเสนอสูตรยา สมุนไพรในครั้งนี้ รวมมีจำนวนตำรับยาสมุนไพร 86 ตำรับ ซึ่งได้รับตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้าน สมุนไพรและหมอพื้นบ้านที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว นำไปสู่การเผยแพร่ในระบบอินเตอร์เน็ตและ เผยแพร์ในสาธารณสุขชุมชนต่อไป