การศึกษาความหลากหลายของพืชสมุนไพรใน จังหวัดนครสวรรค์เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษาเชิงสำรวจถึงความหลากหลายของพืชสมุนไพรที่มีการนำมาใช้บำบัดรักษาโรคภายในจังหวัดนครสวรรค์ทั้ง 15 เขตอำเภอ พร้อมทั้งทำการศึกษาข้อมูลในด้านสรรพคุณของสมุนไพรในการนำมาประยุกต์ใช้บำบัดรักษาอาการของโรคในแต่ละอำเภอ โดยเริ่มทำการเก็บข้อมูลเบื้องต้นจากแบบสอบถาม และทำการวิจัยแบบมีส่วนร่วมจากการลงวิจัยในพื้นที่เป้าหมายโดยการสัมภาษณ์ประชาชนทั่วไป ปราชญ์ หมอชาวบ้าน ผลจากการสำรวจพบว่า ทั้ง 15 เขตอำเภอ มีการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์กว่า 150 ชนิด 70 วงศ์ และกลุ่มสมุนไพรที่ถูกคัดเลือกให้ผลการทดลองดังนี้ สารสกัดเอทานอลตะขาบบินให้ค่าการยับยั้งได้ดีที่สุดต่อเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในทางเดินอาหาร โดยตะขาบบินให้ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งแบคทีเรีย (MIC) และค่าเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าเชื้อได้ (MBC) ที่ระดับ 15.63 และ 31.25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ สมุนไพรชะมวงสามารถยับยั้งไวรัสก่อโรคเริมชนิดที่ 1 และ 2 ที่ 100 และ 88 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรผงแคปซูลตะขาบบินให้ผลผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามเกณฑ์ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์ครีมชะมวงเนื้อครีมยังคงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งไวรัสก่อโรคเริมชนิดที่ 2 และอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการรักษาครีมคือ อุณหภูมิที่ 4?C ภายในระยะเวลา 1 เดือน การจัดการความรู้ โดยการสร้างหลักสูตรเสริมสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพร ในจังหวัดนครสวรรค์ ผลการประเมินความเหมาะสมภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผลการทดลองใช้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อมูลความหลากหลายของสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทั้ง 15 เขตอำเภอได้ถูกจัดการเป็นระบบข้อมูลสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ทราบถึงสรรพคุณในการบำบัดของสมุนไพร