การสร้างตราสินค้าเมืองสมุนไพร (Herbal City) จังหวัดมหาสารคามเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญท้องถิ่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจุบันของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ 3) เพื่อสร้างตราสินค้าเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพร (Herbal City) จังหวัดมหาสารคาม ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพโดยนักวิจัย ตัวแทนหน่วยงาน เกษตรกรและแกนนำชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทั้งสิ้น 8 แห่ง และเชิงปริมาณ คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม 400 คน จากผลการวิจัยพบว่า จังหวัดมหาสารคามได้มีการวางแผนพัฒนาเมืองสมุนไพรและมีความพร้อมในด้านการปลูกและการผลิตมาก่อนรับนโยบายแผนแม่บทเมืองสมุนไพรแห่งชาติ เนื่องจากมีโรงงานผลิตยาจากพืชสมุนไพรที่ได้รับมาตรฐาน GMP ภายใต้การควบคุมของโรงพยาบาลมหาสารคาม เช่น การใช้ยาจากพืชสมุนไพรมะขามแขกเป็นฤทธิช่วยระบายโดยเริ่มมีการถอดทดแทนยาปฏิชีวนะในกลุ่มสรรพคุณเดียวกัน อย่างไรก็ตามสำนักนักงานสาธารธสุข5จังหวัดมหาสารคามองว่าในปัจุบันมีบทบทที่สำคัญก็คือการเป็นศูนย์กลางข้อมูลและประสานงานเครือข่ายในกลางน้ำ ทั้งผู้ปลูกสมุนไพร ผู้ผลิตสมุนไพรและผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวกับสมุนไพร จังหวัดมหาสารคามมีสมุนไพรที่โดดเด่น คือ พืชประเภทล้มลุกและพืชหัว ประกอบไปด้วย เสลดพังพอนตัวเมีย ไพร ขมิ้นชั้นและมันแกว โดยในอำเภอเมืองมีหมู่บ้านหนองหินปลูกพืชสมุนไพรออแกนิคส์ จะมีการส่งเสริมโดยการทำ VTR เร็วๆนี้ เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรบ้านหัวดง ตำบลหัวดง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ว่าเดิมมีอาชีพเกษตรกรรมทำนาเป็นหลัก แต่มักจะประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ จึงมองหาทางเลือกใหม่การเกษตรแบบผสมผสานและปลูกพืชสมุนไพร เริ่มจากปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริมส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากมีความสนใจที่จะปลูกสมุนไพรจึงได้ไปสอบถามทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผลิตยาสมุนไพรควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน จนมีการตกลงระหว่างกันว่าจะเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรเพื่อป้อนให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร วัตถุดิบที่ป้อนให้กับโรงพยาบาล เป็นสมุนไพรที่ต้องการมาก ได้แก่ บัวบก มะระขี้นก ขมิ้นชัน และพรมมิ เริ่มทำสวนสมุนไพรเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ 15 ไร่ โดยการขุดเจาะบ่อบาดาล 2 และบ่อน้ำผิวดินอีก 1 บ่อ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ แค่ผลผลิตในพื้นที่ 15 ไร่ ยังไม่เพียงพอ จึงต้องสร้างเครือข่ายผู้ปลูกสมุนไพรแทบทุกพื้นที่ เน้นการปลูกสมุนไพรเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ ซึ่งที่แปลงสมุนไพรของชาวบ้านในเครือข่ายบ้านหัวดงมีทั้งหมด 33 ราย ได้รับมาตรฐานรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ และมีการตรวจประเมินเกษตรอินทรีย์ทุกปี เน้นในเรื่องของความหลากหลายทางระบบนิเวศ ไม่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช้สารเคมี และทำตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะแปลงปลูกเป็นการปลูกป่า 3 ระดับ ประกอบด้วยไม้สูง ไม้กลาง และไม้ล่าง เป็นการจัดการแปลงปลูกแบบองค์รวม เลียนแบบธรรมชาติ และมีโรงอบที่ได้มาตรฐาน มีแผนพัฒนาต้นน้ำ กลางน้ำและ ปลายน้ำ แต่ปัจจุบันยังเป็นการใช้ในด้านการพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน สำหรับด้านการท่องเที่ยวยังเป็นเพียงการเริ่มต้น ยังไม่มีการขับเคื่อนให้เป็นรูปธรรม สำหรับจากผลการศึกษาข้อมูลของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพรและแพทย์แผนไทยจังหวัดมหาสารคาม พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 53.3 อายุระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 39.3 สถานภาพสมรส ร้อยละ 53.3 ระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ 28.2 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว/ผู้ประกอบการ ร้อยละ 27.3 และมีภูมิลำเนาภาคอีสาน ร้อยละ 61.5พฤติกรรมนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางท่องเที่ยว/เยี่ยมชมสถานที่ ร้อยละ 73.9 มีความถี่ในการเดินทางนานๆครั้ง ร้อยละ 67.4 ลักษณะการเดินทางเดินทางมากับกลุ่มเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน ร้อยละ 22.6 มีจำนวนผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ 3 คน ร้อยละ 27.6 มีจำแนกตามชนิดของพาหนะที่ท่านใช้ในการเดินทางครั้งนี้รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 64.7 จำแนกตามระยะเวลาที่มาในครั้งนี้น้อยกว่า 1 วัน ร้อยละ 51.1 การเดินทางของท่านมีค่าใช้จ่าย 1,000 บาทหรือต่ำกว่า ร้อยละ 42.9 ส่วนใหญ่มีการจำแนกตามทราบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนี้จากสื่อใดอินเตอร์เน็ต/เว็บไซต์/โซเซียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook, Line, Twitter เป็นต้น ร้อยละ 40.4 ข้อมูลเกี่ยวกับการทราบถึงเมืองสมุนไพรบ้างหรือไม่ ร้อยละ 55.1 ไม่เคยทราบมาก่อนปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจแรงจูงใจของข้อมูลตราสินค้าเมืองสมุนไพร (Herbal City) สรุปว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.33) สำหรับปัจจัยย่อย คือ ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มพูนความรู้หรือศึกษาวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก ( =4.01) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยต่อภาพลักษณ์ของตราสินค้าของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.34) สำหรับปัจจัยย่อย คือ ชื่อเสียงที่ดีในด้านวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก ( =4.19) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยความภักดีต่อตราสินค้าของของนักท่องเที่ยวเมืองสมุนไพรจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.56) สำหรับปัจจัยย่อย คือ ยังคงจะซื้อหรือใช้พืชสมุนไพร/ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรหากมีการปรับราคาสูงขึ้นด้วยมาตรฐานที่สูงขึ้นด้วย อยู่ในระดับมาก ( =3.81) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.46) สำหรับปัจจัยย่อย คือ พืชสมุนไพร/ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรจากเมืองนี้มีมาตรฐาน อยู่ในระดับมาก ( =3.91) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.22) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับและลำดับที่น้อยที่สุด คือ ภาพลักษณ์ของพืชสมุนไพร/ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรจากเมืองนี้มีความสะอาด อยู่ในระดับมาก ( =3.74 ) ปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.41) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับและลำดับที่น้อยที่สุด คือ พืชสมุนไพร/ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรจากเมืองนี้มีความสะอาด อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.76) สำหรับความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองสมุนไพรจังหวัดมหาสารคาม พบว่า นักท่องเที่ยวมีความภูมิใจในการบอกเล่าประสบการณ์ที่ดีในการเดินทางท่องเที่ยว ค่าเฉลี่ยมากที่สุด ( = 4.63) รองลงมาคือ นักท่องเที่ยวจะมีการแนะนำกับเพื่อน/คนรู้จัก ( = 4.51) และปัจจัยที่น้อยที่สุดคือความตั้งใจกลับมาท่องเที่ยวอีกในอนาคต ( = 2.81) และตราสินค้าเมืองสมุนไพร (Herbal City) จังหวัดมหาสารคาม เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้ดังนี้ 1) มหาสารคามจะต้องยกระดับคุณภาพการให้บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้ได้มาตรฐานระดับสากลทั้งคุณภาพของสถานประกอบการและคุณภาพของผู้ให้บริการที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยในสถานประกอบการเกี่ยวกับสมุนไพร 2) สร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรูปแบบใหม่บนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีศักยภาพในการบำบัดฟื้นฟู รักษาสุขภาพ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมและเอกลักษณ์ความเป็นท้องถิ่นในการให้บริการ 3) พัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้านแพทย์แผนไทยให้มีมาตรฐานระดับสากลและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยการวิจัยพัฒนานวัตกรรมต่อยอดให้เกิดสินค้าใหม่ 4) ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวทางการแพทย์แผนไทยที่ไทยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสมุนไพร เพื่อสร้างการรับรู้อย่างแพร่หลายในตลาดกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มตลาดที่มีความสนใจเฉพาะด้าน 5) จังหวัดมหาสารคามเหมาะกับการเป็น Cultural Destination Branding จะต้องผนวกการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สมุนไพร และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันเพื่อเป็นแนวทางการสร้างตราสินค้าของจังหวัดที่มีอัตลักษณ์ เช่น ใช้หมอพื้นบ้าน หมอพรามณ์ ที่มีอยู่มาก ในจังหวัด ผสานกับศาสตร์การรักษาหรือใช้สมุนไพรแผนปัจจุบัน และ 6) ตราสินค้าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพรจังหวัดมหาสารคามเหมาะกับการเป็น MHK Herbal City จากสมุนไพรประเภท รากเหง้าหรือหัวเพราะมีศักยภาพด้านการปลูกพื้ชหัวเป็นอย่างมากคำสำคัญ : การสร้างตราสินค้า เมืองสมุนไพร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ