Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

เมืองสมุนไพร: นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรเชิงพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

นุจรี ใจประนบ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพร 2. เพื่อพัฒนาเครื่องอบแห้งพลังงานความร้อนร่วมของรังสีอินฟราเรดและลมสำหรับเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 3. เพื่อออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สมุนไพรเชิงพานิชย์ของวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพรเพื่อยกระดับรายได้ให้กับชุมชน 4. เพื่อสร้างตลาดดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพร เพื่อยกระดับรายได้ให้กับชุมชน 5. เพื่อขยายผลการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไปสู่นโยบายสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม โดยการศึกษาจากกลุ่มวิสาหกิจในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีประชากรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรเชิงพานิชย์ในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 12 กลุ่ม โดยประกอบด้วย ผู้นำกลุ่ม สมาชิกกลุ่ม และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 211 คน และกลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มทดลอง ได้แก่ ผู้นำ และสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรบ้านน้ำอ้อม ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 40 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พบว่า การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ด้านข้อมูลทั่วไป ปัญหาที่พบ คือ ระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูปของกลุ่มวิสาหกิจส่วนใหญ่ อยู่ในระดับ 2 ดาว ด้านสภาพการดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพยากรพื้นฐาน ปัญหาที่พบ คือ กลุ่มขาดการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร / ประชาสัมพันธ์แก่สมาชิก เครือข่าย บุคคลภายนอก และผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ ด้านสภาพการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการกลุ่ม ปัญหาที่พบ คือ การพัฒนาศักยภาพของสมาชิกไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้สมาชิกไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และการวางแผนการผลิต การวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยังไม่มีความชัดเจน ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูป ปัญหาที่พบ คือ การควบคุมตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ไม่ต่อเนื่อง ขาดเทคโนโลยี อุปกรณ์ เครื่องมือที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในการผลิตและแปรรูปสินค้า นำไปสู่การพัฒนาแนวทาง โดยทำการคัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรเชิงพานิชย์ เพื่อนำไปสู่การทดลองใช้แนวทางในการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพรเชิงพานิชย์ ทั้ง 3 แนวทาง 1) ด้านพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูป 2) ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของกลุ่ม 3) ด้านการพัฒนาช่องทางการตลาดของกลุ่ม โดยได้ทำการคัดเลือกจากกลุ่มที่มีความสมัครใจ ที่จะนำแนวทางไปทดลองใช้ ได้แก่ กลุ่มสมุนไพรบ้านน้ำอ้อม ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 2. การพัฒนาเครื่องอบแห้งพลังงานความร้อนร่วมของรังสีอินฟราเรดและลมสำหรับเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม พบว่า การตากแห้งพืชสมุนไพรของเกษตรกรที่หามาได้โดยวิธีการตากแดดตามธรรมชาติที่ต้องอาศัยแสงอาทิตย์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ตากแห้งมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอทั้งความชื้น สิ่งเจือปนและแมลงต่างๆ รบกวนและระยะเวลาในการตากแดดต้องใช้เวลานาน ซึ่งการอบแห้งเป็นกรรมวิธีที่สามารถนำมาใช้ถนอมและเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและเนื้อสัตว์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการอบแห้งแล้วจะมีความชื้นลดลง ทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์มีอัตราการเจริญเติบโตช้าลง และผลิตภัณฑ์ไม่เน่าเสียง่าย โดยผลการทดลองาการอบแห้งขมิ้นชันด้วยเครื่องอบแห้งพลังงานความร้อนร่วมรังสีอินฟราเรดกับลมร้อน พบว่า 1) ค่าความชื้นและอัตราส่วนความชื้น มีปัจจัยของอุณหภูมินั้นส่งผลต่อการลดลงของความชื้นขมิ้นชัน โดยอัตราการอบแห้งมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มอุณหภูมิจึงใช้ระยะเวลาในการอบแห้งน้อยลง เนื่องจากการเพิ่มอุณหภูมิจะมีส่วนในการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิขมิ้นชัน และอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์ในรูปสมการเอกซ์โพเนนเชียล 2) ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและระยะเวลาในการอบแห้ง สำหรับการอบแห้งด้วยรังสีอินฟราเรดร่วมกับลมร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส จะให้ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะน้อยที่สุด รองลงมาคือ การอบแห้งที่อุณหภูมิ 60, 50, 40 องศาเซลเซียส ตามลำดับ 3) การเปลี่ยนแปลงสีของขมิ้นชันขึ้นอยู่กับอุณหภูมิอบแห้ง และระยะเวลาที่ใช้ในการอบแห้ง เมื่อพิจารณาค่าสีดังกล่าวของขมิ้นชันแห้งทางการค้า พบว่าให้ค่าสีต่ำกว่าขมิ้นชันอบแห้งที่สภาวะการอบแห้งต่างๆ ถ้าพิจารณาสภาวะการอบแห้งที่ทำให้ค่าสีของขมิ้นชันเกิดการเปลี่ยนแปลงค่าสีน้อยที่สุดคือ สภาวะการอบแห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส 3. การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สมุนไพรเชิงพานิชย์ของวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพรเพื่อยกระดับรายได้ให้กับชุมชน พบว่า กลุ่มวิสาหกิจต้องการรูปแบบของโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ให้สามารถสื่อความหมายได้ถึงสัญลักษณ์ของกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพร และการออกแบบบรรจุภัณฑ์สมุนไพร โดยกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชน ผู้วิจัยได้นำต้นแบบบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบร่วมกันมาวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบและความเหมาะสมของสีและภาพที่ใช้ โดยขั้นตอนนี้ผู้วิจัยได้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์และทฤษฎีสีที่ใช้ในการออกแบบให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้เข้าใจเกี่ยวกับหลักการออกแบบและช่วยกันวิเคราะห์ออกแบบและแก้ไขปรับปรุงร่วมกัน ทำให้ได้ฉลากบรรจุภัณฑ์ จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร ว่านไพล ว่านชักมดลูก โดยมีการแสดงข้อมูลส่วนสำคัญของสมุนไพรแต่ละชนิด แสดงส่วนประกอบสำคัญของสินค้าและวิธีการรับประทาน ซึ่งบรรจุภัณฑ์ในการห่อหุ้มสินค้านั้นสมาชิกกลุ่มสมุนไพรได้เลือกรูปแบบขวดสีขาวทรงกระบอกแบบสมมาตรและใช้การติดฉลากแบบพันรอบ (Wrap Around Label) 4. การสร้างตลาดดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพร เพื่อยกระดับรายได้ให้กับชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม พบว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีความต้องการที่จะเพิ่มช่องทางการขาย โดยต้องการมีความรู้เพิ่มและต้องการระบบที่ช่วยสนับสนุนในส่วนนี้ และยังเป็นการการขายสินค้าต้องการที่จะพูดคุยกับลูกค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่ถนัด เช่น บน Facebook แต่เนื่องจากคนในกลุ่มมี Facebook เป็นของตัวเอง ดังนั้น จึงได้ทำ Facebook page แล้วกำหนดให้คนในกลุ่มเป็นผู้ดูแลร่วม ทำให้เกิดช่องทางที่จะพูดคุยกับลูกค้าและสื่อกลางสำหรับการขายสินค้าให้กับผู้ใช้ ซึ่งพบว่ากลุ่มวิสาหกิจมีความต้องการที่จะขยายตลาดให้กว้างขึ้น แต่เดิมการขายในชุมชนหรือเฉพาะกลุ่มที่รู้จัก ทำให้การกำหนดรายได้และกำไรถูกจำกัด ยิ่งไปกว่านั้น การขายสินค้าหน้าร้านในช่วงโรคระบาดร้ายแรงทำให้สินค้าไม่สามารถขายได้ที่หน้าร้านอีกต่อไป ดังนั้น หากต้องการเพิ่มรายได้หรือกำไร กลุ่มวิสาหกิจจำเป็นต้องสร้างช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ช่องทางการขายที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คือ การขายสินค้าออนไลน์ สำหรับการขายสินค้าออนไลน์นั้นมีหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็มีจำนวนกลุ่มลูกค้าที่ไม่เท่ากัน จึงมีการกำหนดให้ผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการขายสินค้าออนไลน์มาเป็นผู้ดูแลระบบ ซึ่งทำให้การจัดการทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เพื่อดึง traffic เข้าหา Facebook page ผู้วิจัยได้ทำเว็บไซต์สำหรับเป็น Landing Page ที่เป็นข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มวิสาหกิจ และเชื่อมโยงการซื้อขายไปสู่ Facebook page ทำให้ทางกลุ่มมีองค์ความรู้ทางการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น 5. การขยายผลการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไปสู่นโยบายสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม พบว่า ภายหลังจากที่นโยบายส่งเสริมสมุนไพรได้ถูกนำไปปฏิบัติ ในส่วนของจังหวัดมหาสารคามก็ได้รับกำหนดแนวนโยบายส่งเสริมสมุนไพรชุมชนและดำเนินตามแผนฯ ลงสู่ชุมชน โดยสำรวจท้องถิ่นแต่ละอำเภอที่ปลูกพืชสมุนไพรพื้นบ้าน มีศักยภาพสามารถพัฒนายกระดับเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ เช่น ขมิ้นชัน ขิง ข่า ตะไคร้ ตะไคร้หอม มะกรูด ไพล ฟ้าทะลายโจร กฤษณา มะขามป้อม สมอไทย สมอภิเภก อบเชย มะกรูด เสลดพังพอน มะตูม เพกา มะแว้งเครือ หนุมานประสานกาย กระเพราแดง ว่านนางคา ว่านชักมดลูก กระเจี๊ยบแดง พริกไทย และอื่นๆ ก็ได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน แต่ละกลุ่มฯ มีความแตกต่างกำลังความสามารถไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล วัตถุดิบ เครื่องมืออุปกรณ์ งบประมาณ และองค์ความรู้ในการต่อยอด กลุ่มแกนนำสมุนไพร 4 กลุ่ม อบรมเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพร มีฐานข้อมูลเกษตรกร จำนวน 600 ไร่ ยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพร Champions Product 3 รายการ คือ น้ำจระเข้รัญจวน เซรั่มมันแกวและน้ำตรีผลา จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เด่นในจังหวัดมาจากสมุนไพรในท้องถิ่นเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ท้องตลาดซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้สารสกัดจากสมุนไพรในท้องถิ่นมหาสารคาม 7 อำเภอเพื่อยกระดับสารสกัดและผลิตภัณฑ์แปรรูปพืชสมุนไพรชุมชน

คำสำคัญ

การมีส่วนร่วมวิสาหกิจชุมชนCommunity ParticipationCommunity EnterpriseสมุนไพรHerbนวัตกรรมชุมชนCommunity Innovationยกระดับรายได้raising income

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์พืชสมุนไพรเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนทางวัฒนธรรม และทรัพยากรในพื้นที่ลุ่มน้ำชี จังหวัดบุรีรัมย์-สุรินทร์

อุบลวรรณ สุวรรณภูสิทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2564

โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อยกระดับสมุนไพรพลูคาวสำหรับเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มแปรรูปสมุนไพรพลูคาว จังหวัดเชียงราย

นพรัตน์ สุริยะไชย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

สังเคราะห์งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นด้านสมุนไพรไทยสู่การขยายผลด้านเศรษฐกิจของเครือข่ายสมุนไพรจังหวัดชัยภูมิ

สุนันทา โรจน์เรืองไร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนาวิถีสมุนไพรของกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อยกระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

นริศรา วิชิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 สู่ผู้ประกอบการใหม่ด้วยความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ทะเนตร อุฤทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2565

การเพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์สุมนไพรชุมชนสู่การเป็นธุรกิจที่ได้มาตรฐาน กรณีศึกษา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดร้อยเอ็ด

ศรีสุนันท์ ประเสริฐสังข์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2565

การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเพื่อสร้างรายได้พื้นที่เทศบาลตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษาเพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดอุบลราชธานี

ใจแก้ว แถมเงิน คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2553

การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรสู่ธุรกิจชุมชน

ภัทรธิรา ผลงาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2553

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเด่น ของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนศรียา ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

ปัญญา หมั่นเก็บ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2557