Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

โครงการศึกษาและพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพในชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้าน

ภัทร วาศนา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)การศึกษาและพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านภาคกลางและภาคอีสาน มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน (2) เพื่อเก็บรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลผลการรักษารวมถึงการดูแลผู้ป่วยของหมอกระดูกพื้นบ้าน และ (3) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนางานนี้ในอนาคต พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ วิธีการศึกษาประกอบด้วย การทบทวนวรรณกรรม การเก็บข้อมูลภาคสนามโดยการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม กลุ่มเป้าหมาย คือ หมอกระดูกพื้นบ้านและภาคีหลายภาคส่วนในการพัฒนาสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านในพื้นที่ 1-2 แห่ง/ภูมิภาคผลการศึกษา มีรายละเอียดดังนี้ :1. สถานการณ์ระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย การเคลื่อนไหวของระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ (หมายถึง การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน) มีเงื่อนไขและปัจจัยสำคัญ 2 ด้าน คือ ด้านปัจจัยภายนอกและด้านปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก หมายถึง นโยบาย กฎหมาย และระบบสนับสนุนขององค์กรภาคนโยบายและปัจจัยภายใน หมายถึง นโยบายท้องถิ่น กลไก/เครือข่าย การบริหารจัดการ กระบวนการทำงานและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของท้องถิ่น/พื้นที่ชุมชน สถานการณ์ปัจจุบันองค์กรภาคนโยบายที่เกี่ยวข้อง คือ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ระยะที่ผ่านมา องค์กรภาคนโยบายมีนโยบายและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนของตนเอง และมีความพยายามในการบูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ปี พ.ศ. 2560 เป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่วาระของรัฐธรรมนูญใหม่และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 นับเป็นโอกาสในการปรับนโยบายและบูรณาการยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนงานสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพระหว่างองค์กรนโยบายสำหรับสถานการณ์การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ มีการเคลื่อนไหวและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ระบบสนับสนุนของ สปสช. และกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2554 พื้นที่ชุมชนท้องถิ่นทั้งภาคกลางและภาคอิสาน มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพมาประยุกต์ใช้ในระบบสุขภาพชุมชน เป็นจำนวน 577 โครงการ โดยภาคอิสานมีจำนวนและความหลากหลายของกิจกรรมมากกว่าภาคกลาง จำแนกเป็น ภาคกลาง 162 โครงการใน 23 จังหวัด และภาคอิสาน 415 โครงการใน 19 จังหวัด การเคลื่อนไหวครอบคลุม 5 ด้าน คือ ด้านบริการและส่งเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสุขภาพ ด้านการนวดแผนไทย ด้านส่งเสริมบริการการแพทย์แผนไทยในชุมชน/ศสมช. ด้านการแพทย์พื้นบ้าน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น และด้านอื่น ๆ (การแพทย์แผนไทย/การแพทย์ทางเลือก) มีกระบวนการทำงานสำคัญ 5 ด้าน คือ (1) การวิเคราะห์สถานะทุนมนุษย์ ทุนวัฒนธรรม และทุนทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น (2) การสร้างกลไก/เครือข่ายในการขับเคลื่อนงาน (3) พัฒนาความคิดและต่อยอดพัฒนาเป็นโครงการด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ (4) การระดมทรัพยากรและขับเคลื่อนปฏิบัติการชุมชน และ (5) การประเมินผล กล่าวโดยสรุปว่า การพัฒนาระบบดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพมีความเป็นไปได้ โดยวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ 5 ด้าน คือ ด้านนโยบายขององค์กร ภาคนโยบาย ด้านนโยบายของท้องถิ่น ด้านความต้องการสุขภาพของชุมชน และด้านกลไกและศักยภาพการบริหารจัดการโครงการ2. สถานการณ์ บทบาทการดูแลผู้ป่วยและบูรณาการหมอกระดูกพื้นบ้านในระบบสุขภาพชุมชน จากการสำรวจปี พ.ศ. 2556 หมอกระดูกพื้นบ้านไทย มีจำนวน 2,652 คน (ร้อยละ 4.9 ของหมอพื้นบ้านทั้งหมด) หมอกระดูกพื้นบ้านยังมีบทบาทการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกหักในชนบท ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยกระดูกหักยังคงรับการรักษากับหมอกระดูกพื้นบ้าน คือ ปัจจัยความศรัทธาและเชื่อถือต่อหมอกระดูกพื้นบ้าน ปัจจัยค่าใช้จ่าย ปัจจัยความสะดวกในการเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ และความเข้าใจผิด/ความกลัว/ความไม่พึงพอใจต่อการรักษากระดูกหักของแพทย์แผนปัจจุบัน ระยะใกล้ กรมพัฒนากาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยกองการแพทย์พื้นบ้านไทย มีการศึกษาภูมิปัญญาการรักษากระดูกแบบพื้นบ้าน และในปี พ.ศ. 2551-2552 มีการศึกษาประสิทธิผลหมอพื้นบ้านในการรักษากระดูกหัก ผลการศึกษาครั้งนั้นนำมาสู่การศึกษาและพัฒนาหลักสูตรการรักษาผู้ป่วยกระดูกหักที่มีประสิทธิภาพให้กับหมอพื้นบ้านอันเป็นการเพิ่มศักยภาพการรักษากระดูกหักและลดความจำกัดของการรักษากระดูกหักที่ทำให้กระดูกตืดผิดรูป ปัจจุบัน หมอกระดูกพื้นบ้านที่ผ่านการอบรมมีจำนวน 80 คน (อาจถึง 200-300 คนโดยประมาณ) จากการศึกษาภาคสนามพบว่า หมอกระดูกพื้นบ้านที่ผ่านการอบรมมีความพึงพอใจในคณาจารย์และการอบรมมีความเห็นว่า หลักสูตรการอบรมมีประโยชน์นำไปใช้ในการรักษากระดูกหักได้ และทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนบทบาทการรักษากระดูกหักของหมอพื้นบ้านไปในทางดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความจำกัดที่จะประเมินผลการรักษากระดูกหักของหมอพื้นบ้านเนื่องจากหมอกระดูกพื้นบ้าน มีการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยน้อยและไม่ครบถ้วน และยังมีความจำกัดในการบูรณาการการรักษากระดูกพื้นบ้านกับระบบสุขภาพในพื้นที่ ทั้งในระดับโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล / สถานีอนามัย3. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ ในปี พ.ศ. 2560 นับเป็นโอกาสดีที่สังคมไทยจะมี รัฐธรรมนูญใหม่ที่มีเป้าหมายหนุนสังคมที่เป็นธรรม และสาระเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขและรักษาพยาบาล ระบุไว้ 2 ข้อ คือ (1) ทุกกองทุนสุขภาพมีลักษณะและมาตรฐานเท่าเทียมกัน (ม.294) และ (2) บริการสุขภาพในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เป็นธรรม และประเทศไทยกำลังเข้าสู่การใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีการระบุเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ* อันเป็นสิ่งที่รองรับการขับเคลื่อนและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพในอนาคต3.1 ข้อเสนอแนะด้านนโยบาย 3.1.1 องค์กรภาคนโยบายนับตั้งแต่ กระทรวงสาธารณสุข (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก) สปสช. สช. ควรกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม ยุทธศาสตร์ร่วม และแผนบูรณาการเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ร่วม เพื่อทำให้การขับเคลื่อนและการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีเอกภาพ และได้รับผลลัพธ์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม องค์กรภาคนโยบายแต่ละองค์กรสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์กรตนเอง และแผนบูรณาการสำหรับยุทธศาสตร์ร่วมไปพร้อมกัน (เนื่องจากระยะที่ผ่านมายุทธศาสตร์ขององค์กรภาคนโยบายยังไม่สามารถทำให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเห็นด้วยในสาระทั้งหมด และนำไปขับเคลื่อนด้วยความสมัครใจได้) องค์กรภาคนโยบายควรมีนโยบายส่วนกลางในลักษณะสนับสนุนงานสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพตามบริบทและเงื่อนไขของพื้นที่ชุมชน ไม่ควรสนับสนุนแนวทางการทำงานและงบประมาณสำหรับรูปแบบการทำงานแบบเดียวหรือกำหนดชุดกิจกรรมแบบเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากข้อมูลและหลักฐานจากงานวิจัยและบทเรียนการเคลื่อนไหวด้านสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย/การแพทย์พื้นบ้านมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับศักยภาพ ความพร้อม และความเข้มแข็งของชุมชนพื้นที่ *ใน (ร่าง) แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนฯ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) มีการระบุวิสัยทัศน์ร่วม พันธกิจร่วม เป้าประสงค์ร่วมและยุทธศาสตร์หลัก สำหรับวิสัยทัศน์ร่วม คือ ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีสุขภาพดี อายุยืนยาว มีหลักประกันสุขภาพ เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ สร้างเสริมสุขภาพได้รับการคุ้มครองทางสุขภาพอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี สร้างประเทศไทยให้มั่งคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สำหรับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ฯลฯ มีสาระที่บูรณาการอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพและความเข้มแข็งของบริการระดับปฐมภูมิที่มีพื้นที่เป็นฐานในข้อ 2.2 ระบุว่า บูรณาการบริการด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและสมุนไพรเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพแบบครบวงจร พัฒนาเป็นระบบบริการสุขภาพแบบพหุลักษณ์ และ (2) ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบบริหารจัดการและการอภิบาลระบบสุขภาพที่มั่นคงและยั่งยืน ในข้อ 7.6 ระบุว่า พัฒนาบทบาทของท้องถิ่นในการสร้างสุขภาวะชุมชน/ท้องถิ่น เสริมพลังและศักยภาพของ อปท. การมีส่วนร่วมของพลเมือง พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขเป็นนักจัดการสุขภาพ สร้างแกนนำและเครือข่ายสร้างสุขภาพ องค์กรชุมชน เครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ด้านคุ้มครองผู้บริโภค การวิจัย ลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีสาระเชื่อมโยงเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอีกด้วย 3.1.2 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (โดย กองการแพทย์พื้นบ้านไทย) ควรทบทวนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนฯ 12 และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 3.1.3 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (โดย กองการแพทย์พื้นบ้านไทย) ควรทบทวนและกำหนดสถานะของหมอพื้นบ้านในระบบสุขภาพไทย (Positioning) และมีนโยบายและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนไปสู่รูปธรรมที่เป็นจริง ทบทวนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ(การแพทย์พื้นบ้าน) ที่มีอยู่จริง และมีนโยบาย/รูปแบบบูรณาการกับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (หากเลือกระบบย่อยนี้ อาจต้องทำ Clinical Practice Guideline (CPG) ของการรักษาเฉพาะโรคของหมอพื้นบ้าน เรียนรู้และปฏิบัติตามแนวทางของบุคคล) หรือกับระบบสุขภาพชุมชน หรือทั้งสองระบบย่อย 3.1.4 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (โดย กองการแพทย์พื้นบ้านไทย) ควรร่วมมือกับองค์กรภาคนโยบายอื่น (สปสช. สสส. สช. และอปท.) เพื่อขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งและการพึ่งตนเองของระบบสุขภาพชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพและการแพทย์พื้นบ้าน ทั้งในมิติการส่งเสริมสุขภาพ/ป้องกันโรค (Community Health Promotion) และการดูแลรักษาโรคโดยชุมชน (Community – Based Care) 3.1.5 ภาครัฐและภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนและพัฒนางานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพและการแพทย์พื้นบ้าน ควรทำงานด้วยการใช้กระบวนการทัศน์ของสุขภาพแบบนิเวศน์สังคม (Socio-Ecological Paradign of Health) หรือ กระบวนทัศน์ด้านสุขภาพองค์รวม (Bio-psycho-socio-Enviromental Model of Health) เพราะเหตุว่า ความคงอยู่หรือการเสื่อมถอยของภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ/การแพทย์พื้นบ้าน สัมพันธ์และเชื่อมโยงกับระบบนิเวศน์และวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือหากต้องการฟื้นฟูใหม่ก็ควรคำนึงถึงเงื่อนไขนี้ด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน3.2 ข้อเสนอแนะด้านปฏิบัติการ 3.2.1 พื้นที่ระดับตำบล/หมู่บ้านที่ต้องการขับเคลื่อนงานสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ควรวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ 4 ด้าน คือ ความเป็นไปได้ด้านนโยบายส่วนกลาง ความเป็นไปได้ด้านนโยบายท้องถิ่นและกลไกของคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น ความเป็นไปได้ด้านความต้องการ/ปัญหาสุขภาพชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ และความเป็นไปได้ด้านกลไกและศักยภาพด้านบริหารจัดการโครงการจนประสบผลสำเร็จ อย่างไรก็ตาม หากมีความจำกัดอาจใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการทำงานหรือสร้างปัจจัย/เงื่อนไขใหม่เพื่อขับเคลื่อนงานได้ 3.2.2 พื้นที่ระดับตำบล/หมู่บ้านที่ต้องการขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภสพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ/ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ควรมีการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในตามกรอบแนวคิด (ตามแผนภูมิ 1 หน้า 125) เพื่อเรียนรู้และกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กระบวนการและผลลัพธ์ที่ชัดเจนของแผนงานหรือโครงการ สำหรับประเด็นที่ควรทำวิจัยในอนาคต มี 3 ประเด็น คือ (1) การศึกษาและพัฒนารูปแบบการพัฒนาสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ (2) การจัดการความรู้/ถอดบทเรียนของชุมชนต้นแบบที่มีการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ และ (3) การศึกษาและพัฒนากรอบทำงานเชิงทฤษฎีสำหรับการทำงานสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพบทคัดย่อ 2 (ภาคใต้)ชื่อรายงานการวิจัย การศึกษาและพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพในชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านภาคใต้ ชื่อนักวิจัย สิริรัตน์ จันทรมะโน และเจนระวี สว่างอารีย์รักษ์ ปีที่ทำการวิจัยสำเร็จ ตุลาคม ๒๕๕๙วิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ๑) ศึกษาสถานการณ์การดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ๒) ศึกษา เก็บรวบรวม และสังเคราะห์ข้อมูลผลการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกของหมอกระดูกพื้นบ้าน และ ๓) ศึกษาความเป็นไปได้ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอกระดูกพื้นบ้านการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูล ใช้วิธีกำหนดคุณสมบัติแบบเจาะจง ทำให้ได้ผู้ให้ข้อมูล ๒ กลุ่ม ๑) หมอกระดูกพื้นบ้าน ๓ ราย และ ๒) ผู้บริหารของหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ๑๕ ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ๑) ผู้วิจัย ๒) เครื่องบันทึกเสียง ๓) กล้องถ่ายรูปบันทึกภาพ ๔) อุปกรณ์ใช้จดบันทึกการสัมภาษณ์ ๕) แบบสัมภาษณ์หมอกระดูกพื้นบ้าน ๖) แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยกระดูกหัก และ๗) แบบสัมภาษณ์ผู้บริหารหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ๑) สถานการณ์การดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านยังคงมีอยู่ในชุมชน แต่จำนวนหมอพื้นบ้านเริ่มลดจำนวนลงเนื่องจากอายุมากและไม่มีผู้สืบทอดภูมิปัญญา ๒) หมอกระดูกพื้นบ้านยังคงทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก และหมอกระดูกพื้นบ้านมีจิตอาสาในการเยี่ยมบ้าน ซึ่งเป็นการสอดรับกับทีมหมอครอบครัว ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข การบันทึกทะเบียนผู้ป่วยมีข้อจำกัดจึงทำได้ไม่ต่อเนื่อง ต้องอาศัยการจดจำ โรงพยาบาลหลังสวน มีระบบในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลกับหมอกระดูกพื้นบ้าน และมีระบบบริการทั้งในและนอกเวลาราชการ และ๓) ความเป็นไปได้ที่โรงพยาบาลหลังสวน จะเป็นโรงพยาบาลต้นแบบของการดูแลสุขภาพชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอกระดูกพื้นบ้าน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผู้บริหารต้องเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน และพัฒนาระบบการแพทย์แผนไทยแบบคู่ขนาน มอบนโยบายพัฒนางานบริการโดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานการเรียนรู้ ส่วนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณซึ่งเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ผู้รับผิดชอบงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อระบบการแพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน พร้อมที่จะช่วยพัฒนาระบบการแพทย์พื้นบ้านและยกระดับให้หมอพื้นบ้านมีความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ มีผลของการรักษาเป็นที่ยอมรับของสหสาขาวิชาชีพ และพัฒนางานบริการโดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานการเรียนรู้คำสำคัญ : ระบบการดูแลสุขภาพ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การแพทย์พื้นบ้านบทคัดย่อ 3 ภาคเหนือชื่อรายงานการวิจัย การศึกษาและพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพในชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านภาคเหนือ ชื่อนักวิจัย สิริรัตน์ จันทรมะโน และเจนระวี สว่างอารีย์รักษ์ ปีที่ทำการวิจัยสำเร็จ ตุลาคม ๒๕๕๙วิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ๑) ศึกษาสถานการณ์การดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ๒) ศึกษา เก็บรวบรวม และสังเคราะห์ข้อมูลผลการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกของหมอกระดูกพื้นบ้าน และ ๓) ศึกษาความเป็นไปได้ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอกระดูกพื้นบ้านการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูล ใช้วิธีกำหนดคุณสมบัติแบบเจาะจง ทำให้ได้ผู้ให้ข้อมูล ๒ กลุ่ม ๑) หมอกระดูกพื้นบ้าน ๒ ราย และ ๒) ผู้บริหารของหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ๑๐ ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ๑) ผู้วิจัย ๒) เครื่องบันทึกเสียง ๓) กล้องถ่ายรูปบันทึกภาพ ๔) อุปกรณ์ใช้จดบันทึกการสัมภาษณ์ ๕) แบบสัมภาษณ์หมอกระดูกพื้นบ้าน ๖) แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยกระดูกหัก และ๗) แบบสัมภาษณ์ผู้บริหารหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ๑) สถานการณ์การดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านยังคงมีอยู่ในชุมชน แต่จำนวนหมอพื้นบ้านเริ่มลดจำนวนลงเนื่องจากอายุมากและไม่มีผู้สืบทอดภูมิปัญญา ๒) หมอกระดูกพื้นบ้านยังคงทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก รวมทั้งการเยี่ยมไข้ในโรงพยาบาล และหมอกระดูกพื้นบ้านมีจิตอาสาในการเยี่ยมบ้านซึ่งเป็นการสอดรับกับทีมหมอครอบครัว ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข การบันทึกทะเบียนผู้ป่วยมีข้อจำกัดจึงทำได้ไม่ต่อเนื่อง ต้องอาศัยการจดจำและเยี่ยมบ้านทุกวัน โรงพยาบาลสูงเม่น มีระบบในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลกับหมอกระดูกพื้นบ้าน และมีระบบบริการทั้งในและนอกเวลาราชการ และ๓) ความเป็นไปได้ที่โรงพยาบาลสูงเม่น จะเป็นโรงพยาบาลต้นแบบของการดูแลสุขภาพชุมชนตามภูมิปัญญาของหมอกระดูกพื้นบ้าน และใช้ธรรมนูญสุขภาพอำเภอแห่งแรกของประเทศ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผู้บริหารต้องเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน และพัฒนาระบบการแพทย์แผนไทยแบบคู่ขนาน มอบนโยบายพัฒนางานบริการ โดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานการเรียนรู้ ส่วนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณซึ่งเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ผู้รับผิดชอบงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อระบบการแพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน พร้อมที่จะช่วยพัฒนาระบบการแพทย์พื้นบ้านและยกระดับให้หมอพื้นบ้านมีความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ ผลของการรักษาเป็นที่ยอมรับของสหสาขาวิชาชีพ และพัฒนางานบริการ โดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานการเรียนรู้คำสำคัญ : ระบบการดูแลสุขภาพ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การแพทย์พื้นบ้าน

คำสำคัญ

การมีส่วนร่วมของชุมชนพ.ศ.และความเข้มแข็งของชุมชน2542พ.ร.บ.พ.ศ.2556คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยระบบการดูแลสุขภาพในชุมชนชนบทหลักการกฏหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะพ.ร.บ.

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านอีสาน

ภัทรธิรา ผลงาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2555

การศึกษาองค์ความรู้ด้านการแพทย์พื้นบ้านต่อการสร้างระบบการแพทย์พื้นบ้านที่เป็นมาตรฐานใน 4 ภูมิภาค

เพ็ญผกา จันทร์กล้า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2564

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพ ด้วยการแพทย์แผนไทยประยุกต์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในเขตภาคเหนือตอนล่าง

กชกร ชำนาญกิตติชัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561

การพัฒนาการแพทย์พื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์เทศบาลตำบลแม่นะอย่างยั่งยืน

ลัดดา ประสพสมบัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การศึกษาและพัฒนาฐานข้อมูลภูมิปัญญาด้านการแพทย์พื้นบ้านจังหวัดเลย

วีณา พรหมเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2554

การพัฒนาบทเรียนโปรแกรมทบทวนความรู้วิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน และการรักษาพยาบาลขั้นตอน

สมใจ ศุภนาม กรมแพทย์ทหารเรือ พ.ศ. 2560

การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพชุมชนโดยโช้ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านอีสาน

ภัทรธิรา ผลงาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2555

รูปแบบการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ของโรงพยาบาลภาครัฐในเขตภาคตะวันออก ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

รณภูมิ เพชรรัตน์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2560

การพัฒนารูปแบบการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร

สกล สินธุพรหม สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2566

กระบวนการจัดการความรู้ด้านสุขภาพชุมชน

ลำปาง แม่นมาตย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557