กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาความสามารถในการเข้าใจความคิดของผู้อื่นส่งผลต่อทักษะทางสังคมในเด็กหูหนวก และ 2.เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการเข้าใจความคิดของผู้อื่นที่มีต่อทักษะทางสังคมนเด็กหูหนวกในระยะยาว ตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กหูหนวกที่ได้ยินเสียงในระดับของเสียงตั้งแต่ 90 เดซิเบลขึ้นไป และศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ในโรงเรียนโสตศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก เป็นการสอบถามข้อมูลจากครูประจำชั้น ประกอบด้วย ระดับการสูญเสียการได้ยิน อายุ จำนวนพี่น้อง และการมีพ่อแม่หูหนวก หรือพ่อแม่ทั่วไป 2) การทดสอบความสามารถในการเข้าใจความคิดของผู้อื่น 3) แบบทดสอบทักษะการใช้ภาษามือ และ 4) แบบวัดทักษะทางสังคมวิเคราะห์ข้อมูลมีรายละเอียดได้แก่ 1.วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ จำนวน ร้อยละค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเบ้ และค่าความโด่ง และ 2.วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการเข้าใจความคิดของผู้อื่นที่มีต่อทักษะทางสังคมนเด็กหูหนวกในระยะยาวด้วยการวิเคราะห์โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝง (Latent Growth Curve Model) ผลการวิจัย พบว่า ตัวอย่างศึกษาอยู่ในโรงเรียนโสตศึกษา จ.ชลบุรี มากที่สุด รองลงมา คือ โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จ.เชียงใหม่ โรงเรียนโสตศึกษา จ.สงขลา และโรงเรียนโสตศึกษา จ.อุดรธานี ตามลำดับตัวอย่างเป็นเด็กชายมากที่สุด ร้อยละ 51.00 ส่วนเด็กหญิง ร้อยละ 49.00 ตามลำดับ ตัวอย่างมีความสามารถทางการคิดแบบ Theory of Mind ที่พัฒนาแล้ว ร้อยละ 72.50 ส่วนตัวอย่างที่ความสามารถทางการคิดแบบ Theory of Mind ล่าช้า ร้อยละ 27.50 ตามลำดับคะแนนทักษะทางสังคมอยู่ในระดับมากความสามารถทางการคิดแบบ Theory of Mind มีความสัมพันธ์กับทักษะทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.