กลไกการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็กในชุมชนเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องกลไกการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็กในชุมชนเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการคุ้มครองเด็กในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อหากลไกการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็กในชุมชนเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนากลไกการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็กเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วิธีการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการคุ้มครองเด็กในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคอาเซียน และกลไกการคุ้มครองเด็กที่มีอยู่ในชุมชน ศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี โดยมีกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เด็กในชุมชน ผู้ปกครอง ครู เด็กต่างชาติ ตัวแทนชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กระดับจังหวัด และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและอาเซียนระดับประเทศ รวมจำนวน 230 คน ผลการศึกษาพบว่า กลไกการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็กในชุมชนเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในการศึกษาครั้งนี้มีมิติทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการศึกษา ได้แก่ 1) ต้องจัดให้กลุ่มเปราะบางเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาให้มากขึ้น และ 2) การสร้างจิตสำนึกที่ชัดเจนให้คนชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็กที่ด้อยโอกาส ต้องมีการประเมินความต้องการด้านการศึกษาของเด็กพิเศษเป็นกรณีเฉพาะ สร้างวิธีการเรียนการสอนที่ช่วยกระตุ้นความคิดและสติปัญญา (Cognitive development) 2.ด้านกระบวนการยุติธรรมควรวางมาตรการในการลงตรวจเยี่ยมและติดตามผลอย่างมีแบบแผนมากขึ้น บูรณาการกลไกต่างๆที่มีอยู่ในชุมชน โดยอาจจะใช้ศูนย์พัฒนาครอบครัว 3.ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง ดึงเด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาเป็นกลไกในการป้องกันตนเองป้องกันเพื่อนในกลุ่ม กำหนดพื้นที่ของความรุนแรงต่อเด็ก ควรต้องให้เด็กเข้ามาคุยกันเพื่อทำให้ได้รับรู้สถานการณ์ปัญหา และการสำรวจและประเมินหาทรัพยากร และ 4.ด้านการมีส่วนร่วม ควรพัฒนากิจกรรมของสภาเด็กฯ ไปสู่กระบวนการคุ้มครองเด็ก มีการสำรวจสถานการณ์ข้อมูล การจัดทำข้อมูล และการวิเคราะห์พื้นที่ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ 1.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำเป็นต้องสร้างผู้เชี่ยวชาญหรือนักสังคมสงเคราะห์ ทีมสหวิชาชีพเพื่อให้คำปรึกษาแก่เด็กและครอบครัว 2.คณะกรรมการคุ้มครองเด็กควรให้ความสำคัญกับฐานข้อมูล พัฒนาการสำรวจสถานการณ์เด็กในพื้นที่ 3.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเป็นเจ้าภาพหลักในการคุ้มครองเด็กในอาเซียน และจัดให้มีการติดตาม MOU ที่เกี่ยวข้องกับเด็กในด้านต่างๆ ที่ได้จัดทำในพื้นที่