กระบวนการก่อรูปเชิงคอนเซ็ปท์ทางปรัชญาของ คอนเซ็ปท์ ในกลุ่มนักปรัชญาจิตนิยมเยอรมัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องกระบวนการก่อรูปเชิงคอนเซ็ปท์ทางปรัชญาของ "กอนเซ็ปท์" ในกลุ่มนักปรัชญาจิตนิยม มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ถือ 1) เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของความเข้าใจทางอภิปรัชญาและ ญาณวิทยาที่ส่งผลต่อการก่อรูปเชิงคอนเซ็ปท์ที่สัมพันธ์ กับการเป็นอยู่ (Jeing) ตั้งแต่กรีก ผ่านนักปรัชญาในภากพื้นทวีปและนักปรัชญาบริติชในศตวรรษที่ 16-17 จนถึงและส่งอิทธิพล ต่อสายธารนักปรัชญาจิตนิยมเยอรมัน, 2) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความเข้าใจต่อกอนเซ็ปท์ที่ได้รับอิทธิพลจากความเข้าใจที่เปลี่ยนไปต่ออภิปรัชญาและญาณวิทยานั้น และ 3) เพื่อศึกษาพลวัตรของคำว่า "concepe* ซึ่งสัมพันธ์กับการใช้ที่แปรเปลี่ยน ไปตามยุคสมัย ดังกล่าววิธีการศึกษาของงานวิจัยชิ้นนี้ คือการเข้าไปสำรวจงานเขียนในปมประเด็นทางอภิปรัชญาและญาณวิทยาของนักปรัชญาในสายธาร ดังกล่ำวตั้งแต่ยุดกรีกหลังโสกราติสได้แก่ เพลโต (และ โสกราดิส) และอริสโตเติล ผ่านสตวรรษที่ 17 เป็นต้นมาซึ่งแบ่งเปีนฝั่งสายธาร ภาคพื้นทวีป ได้แก่ เคส์การ์ดส์ สปิโนซ่า และไลบันิช กับฝั่งสายธารหมู่เกาะบริเดนใหญ่ ได้แก่ ฮอบส์ ล็อก เบิรักเลย์ และฮิวมั ไปจนถึงสายธารนักปรัชญาจิดนิยมเยอรมัน ได้แก่ ค้านท์ ฟิคเตอ เชลลิ่ง และเฮเกล อันถือได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดข้อถกเถียงทางอภิปรัชญา และญาณวิทยา โดยการวิเคราะ ห์ ข้อเสนอทางอภิปรัชญาและ ญาณวิทยาของนักปรัชญาแต่ละ คนที่ทั้งสืบต่อและ แตกหัก อันส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางความคิดและส่งผลต่อความเข้าใจคำถามว่า "คอนเซ็ปท์" คืออะไร? ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการใช้คำว่า concept ในหลากหลายความเข้าใจและ ในหลากหลายรูปลักษณ์จากการศึกษาพบว่าเพลโตถือได้ว่าเป็นนักปรัชญาคนแรก ๆ ที่กล่าวถึงอะไรบางอย่างที่จะกลายมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า "คอนเซ็ปท์" ในความเข้าใจปัจจุบัน ซึ่งสัมพันธ์กับทฤษฎีโลกแห่งแบบ (cidos) หรือโลกแห่งไอเดีย (da) อันอยู่เหนือพ้นไปจากโลกแห่งผัสสะ ดำรงอยู่หลังความตายขณะที่อริสโตเคิลลูกศิษย์ของเพลโต กลับมองว่า "รูปแบบ" หรือ "ไอเดีย" ตามขบคิคแบบเพลโตนั้น ไม่ได้ดำรงอยู่ในโลกเหนือผัสสะ หากแต่อยู่ในวัดถุทางผัสสะและ สำรวจตรวจสอบมันได้ผ่าน ตรรกศาสตร์ ที่มีประพจน์และ "คำ" (10gos) เป็นองค์ประกอบ "คอนเซ็ปท์" จึงกลายกลับมาสัมพันธ์ ข้องเกี่ยวกับภาษาและ ประพจนั ซึ่งกรอบคิดทั้งสองแบบนี้ก็เป็นกรอบคิดที่วนเวียนในบรรยากาศทาง ความคิดในยุคก่อนหน้าและ ในสมัยนั้นเอง เมื่อถึงช่วงศตวรรษที่ 16-17 เกิดพัฒนาการของศาสตร์อื่น ๆ ขึ้นมากมายและเกิดการแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับศาสตร์ทางจิตวิทยาทำให้ความเข้าใจต่อตัวความ เข้าใจเอง กระบวนการการทำงานของจิตและ คอนเซ็ปท์กลายตัวเองไปส้มพันธ์กับจิตในเชิงจิตวิทยา อันสัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงของกรอบคิดต่ออภิปรัชญาและ ญาณวิทยาที่เกี่ยวพันกับการค้นหา ความจริง ความจริงที่หมายถึงกรรู้ถึง "คุณธรรม" หรือธรรมชาติของสร รพสิ่งในยุคกรึก แปรไปสู่ การเข้าถึงพระเจ้าและ พระ ประสงค์ของพระ องค์ รวมไปถึงปมปัญหาของการไม่อาจยืนยันถึงการคำร ง อยู่กายนอกได้ตั้งแต่เคส์การัตส์ หรือไม่อาจรู้ได้ถึงธรรมชาติทั้งหมคของมันว่าเป็นเช่นใดตั้งแค่ฮอบส์ จนค่อย ๆ กลายความหมายของการเข้าถึงความจริงไปสู่ความพยายามเข้าถึงความจริงที่หมายถึงการ เข้าถึงการคำรงอยู่ภายนอก โคยองค์รวมทั้งหมดตั้งแต่ไลบันิช จน ไปสู่การ ไม่มีความต่างระหว่างวัตถุ และคอนเซ็ปท์ (หรือไอเดีย) การเป็นอยู่ดำรงอยู่และ คอนเซ็ปท์ที่เซลลิ่งและเฮเกล โดยที่คำว่า concept และ concepion ก็ปรากฏการใช้เนื่อง ๆ ในงานเขียนของนักปรัชญาเหล่านี้ที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการ ทำงานของจิตในเชิงจิตวิทยา และแปลงมันไปสู่การตัดสินเชิงประ พจน์ (propositional judgement)