สัณฐานวิทยาเมืองในการจัดรูปที่ว่างและองค์ประกอบของชุมชน ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<div style="text-align: justify;">งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาถึง สาเหตุ ปัจจัยที่ควบคุมและส่งอิทธิพลต่อโครงสร้างในการจัดรูปที่ว่างและการจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ของชุมชนในเขตกำแพงเมืองชั้นใน เมืองเชียงใหม่ ตลอดจนกระบวนการในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อรูปสัณฐานเมืองและชุมชน นับตั้งแต่ พ.ศ. 1839-2561 โดยอาศัยระเบียบวิธีวิจัยทางสัณฐานวิทยาเมืองในการวิเคราะห์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แผนที่โบราณ ภาพถ่ายในอดีต เพื่อสร้างแผนที่พัฒนาการเปรียบเทียบลักษณะทางกายภาพของเมืองในแต่ละช่วงสมัย ผลการศึกษาพบว่าเมืองเชียงใหม่มีกำเนิดและพัฒนาการของการก่อรูปที่ว่างและองค์ประกอบของชุมชนไปตามอิทธิพลทางความเชื่อเรื่องผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร่วมกับการจัดระเบียบที่ว่างและองค์ประกอบของเมืองไปตามแนวคิดเมืองมีตัวตนในศาสนาพราหมณ์ฮินดู ทำให้เมืองปรากฏโครงสร้างของรูปที่ว่างและความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบชุมชนไปตามลำดับศักย์ของพื้นที่ จำแนกออกเป็น 3 บริเวณตามผังภาพวัสดุปุรุษมณฑล ภายหลังปรากฏพัฒนาการในการจัดรูปที่ว่างและองค์ประกอบเมืองไปตามแนวคิดโหราศาสตร์ทักษา ส่งผลทำให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานและการบุกเบิกพื้นที่โล่งว่างของเมืองไปตามทิศหลักทั้ง 8 ทิศ ปรากฏชุมชนทั้ง 9 บริเวณผสมผสานกับคติศูนย์กลางจักรวาลในพระพุทธศาสนา อันเป็นรากฐานในการจัดรูปที่ว่างและพัฒนาการของรูปสัณฐานเมืองป้อมปราการในช่วงฟื้นฟูบูรณะเมือง ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองในการจัดรูปที่ว่างและองค์ประกอบไปตามแบบแผนของกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จนกระทั่งภายหลังถูกแทรกแซงทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงปฏิรูปการปกครอง ทำให้</div> เขตกำแพงเมืองชั้นใน เมืองเชียงใหม่ปรากฏลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ย่านและชุมชนในปัจจุบัน