กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากำเนิดและพัฒนาการของพื้นที่รอบนอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1839 จนถึงปัจจุบัน โดยการประยุกต์ใช้กระบวนการเชิงสัณฐานวิทยาเมืองจากการวิเคราะห์เอกสารแผนที่เก่าและข้อมูลจากการสำรวจภาคสนามด้วยการสร้างแผนที่แสดงพัฒนาการเพื่ออธิบายคุณลักษณะเฉพาะของพื้นที่ศึกษา โดยเฉพาะพัฒนาการของโครงสร้างและการกระจายตัวขององค์ประกอบเมือง ผลการศึกษาพบว่าการขยายตัวของเมืองเริ่มจากด้านทิศเหนืออันเป็นผลลัพธ์จากสภาวะสงครามทางตอนใต้ของเมือง จนกระทั่งบทบาททางการค้าจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เมืองเกิดการขยายตัวไปทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้าของเมืองที่หันออกสู่แม่น้ำ การจัดระเบียบองค์ประกอบของเมืองจึงยึดโยงกับแม่น้ำ และสัมพันธ์กับผู้คนหลากชาติพันธุ์ที่เข้ามาค้าขาย จนเกิดรูปแบบของสถาปัตยกรรมเพื่อการค้าและการอยู่อาศัยไปพร้อมๆ กัน เช่น เรือนค้า ห้องแถว และตึกแถวหลากหลายประเภท แตกต่างกับด้านทิศใต้ ที่ในอดีตพัฒนาขึ้นมาจากชุมชนที่เกี่ยวข้องกับช่างฝีมือ เรือนพักอาศัยพื้นถิ่นจึงเป็นองค์ประกอบหลักของการอยู่อาศัยที่ตั้งกระจัดกระจายไปตามตำแหน่งต่างๆ ภายในชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างของเมืองที่ไม่เป็นระเบียบตามมา ในขณะที่การจัดระเบียบพื้นที่เมืองสามารถสังเกตเห็นได้จากด้านทิศตะวันตก ที่ในอดีตถูกกำหนดให้เป็นเขตป่าสงวนและจัดการน้ำด้วยระบบเหมืองฝาย ต่อมาเมื่อเกิดการเข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ จึงมีอิสระในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้มากกว่าด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการนำไปพัฒนาเป็นย่านสถานศึกษา สถานราชการ และเขตเศรษฐกิจใหม่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา รูปแบบผังเมืองสมัยใหม่ทางด้านทิศตะวันตกจึงเป็นผลมาจากการจัดสรรที่ดินสำหรับสร้างอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของเมืองที่แยกไปตามแนวรั้ว จนทำให้เกิดบล็อกของเมืองที่เป็นระเบียบตามมา พื้นที่รอบนอกกำแพงเมืองถึงแม้จะถูกทำให้ใหม่อยู่เสมอจากการพัฒนาเมืองในแต่ละช่วงเวลา แต่ก็เป็นความใหม่ที่อยู่ภายใต้กรอบของโครงสร้างและองค์ประกอบดั้งเดิมของเมืองที่ยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน