การพัฒนาสมรรถนะการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดยมีความสอดคล้องกลมกลืนของนักศึกษาจิตวิทยาเป็นตัวแปรส่งผ่าน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้แบ่งการศึกษาเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการพัฒนาแบบวัดสมรรถนะการปรึกษาเชิง จิตวิทยาแนวมนุษย์นิยมเพื่อสร้างความเป็นธรรรมทางสังคมของนักศึกษาจิตวิทยา ตัวอย่างเป็นนักศึกษาจิตวิทยาที่กำลังศึกษา ระดับปริญญาตรี และผ่านการลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่เกี่ยกกับการปรึกษาเชิงจิตวิทยามาแล้ว จำนวน 450 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยเป็นแบบวัดสมรรถนะการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวมนุษย์นิยมฯ จำนวน 36 ข้อ ผลการวิจัยพบว่า แบบวัดสมรรถนะการ ปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมฯ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.90 มีความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างจากการวิเศราะห์ องค์ประกอบเชิงยืนยัน และมีความเที่ยงตรงเชิงล่าจากการมีความสัมพันธ์กับแบบวัดความสอดคล้องกลมกลืนของชีวิตอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = 29) และมีความเที่ยงตรงเชิงจำแนก เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์กับแบบสอบถามเกี่ยวกับ พฤติกรรมการประหยัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = = 404) ระยะที่ 2 เป็นการพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมที่อิงทฤษฎีการปรึกษา แบบบูรณาการ และการศึกษาอิทธิทธิพลธงรูปแบบการฝึกอบรมที่อิงทฤษฎีการปรึกษาแบบบูรณาการที่มีมีต่อสมรรถนะการปรึกษา เชิงจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดยมีความสอดดคล้องกลมกลืนในตนของนักศึกษาจิตวิทยาเป็นตัว แปรส่งผ่าน กำหนดตัวอย่างด้วยการเลือกแบบบเจาะจงจากตัวอย่างที่ไข้ศึกษาในระยะที่ 1 จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 40 คน และกลุ่มควบคุม 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการฝึกอบรมที่อิงทฤษฎีการปรึกษาแบบบูรณาการ ซึ่งเป็น การผสานทฤษฎีการปรึกษาแบบคล้ายกัน โดยนำทฤษฎีการปรึกษาตามแนวคิดชาเทียร์เป็นแนวคิดหลัก และนำเทคนิดการปรึกษา เพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจและเทคนิคการฝึกธบรมมาเสริม 2) แบบวัดสมรรถนะการปรึกษาเชิงวิตวิทยาแนวมนุษยนิยมฯ และ 3) แบบวัดความสอดคลั่องกลมกลืนของชีวิต จำนวน 21 ร้อ ซึ่งได้หาคำความเชื่อมันข้าอีกครั้งได้เท่ากับ 0.82 ผลการวิจัยพบว่า หลัง การเข้าร่วมการฝึกธบรมกลุ่มทดลองมีคะแนนสมรรถนะการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์สมการโครงสร้างเชิงเส้น พบว่า โมเดลมีความสอดคล้อง กลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ค่าไคลแควร์ = 13.78, df = 13, p-value = 0.39, GFI = 0.96, AGFI = 0.95, CFI = SRMR = 0.01, RMSEA = 0.02, CN = 354) และพบว่า รูปแบบการฝึกอบรมมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อสมรรถนะการปรึกษา และยังมี อิทธิพลทางอ้อมต่อสมรรถนะการปรึกษา โดยส่งผ่านตัวแปรความสอดคล้องกลมกลืนในตน แสดงว่า การที่นักศึกศึกษาจิตวิทยาใต้รับ การฝึกอบรมจะส่งผลให้มีความสอดคล้องกลมกลืนในตนเพิ่มสูงขึ้น จากนั้นความสอดคล้องกลมกลืนในตนจะส่งผลทำให้นักศึกษา มีสมรรถนะการปรึกษาเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน