การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจและกลวิธีการจัดการของวัยรุ่นที่ถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ โดยใช้การให้คำปรึกษากลุ่มตามแนวคิดการปรับความคิดโดยใช้สติเป็นฐาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะและองค์ประกอบความยึดหยุ่นทางจิตใจและกลวิธีการ จัดการของวัยรุ่นที่ถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ และ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษากลุ่มตามแนวคิด การปรับความคิดโดยใช้สติเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างความยึดหยุ่นทางจิตใจ และกลวิธีการจัดการของวัยรุ่นที่ถูกรังแกผ่าน โลกไซเบอร์ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีพหุระยะ ได้แก่ การวิจัยระยะที่ 1 การวิจัยแบผสานวิธีชนิดเชิง คุณภาพนำเชิงปริมาณ โดยศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและสัมภาษณ์จากผู้ที่มีประสบการณ์ที่เคยได้รับ การถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ จำนวน 9 คน จากนั้นนำผลที่ได้ไปเป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาข้อคำถามของแบบวัด ความยึดหยุ่นทางจิตใจและกลวิธีการจัดการของวัยรุ่นที่ถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ ผลการตรวจสอบคุณภาพด้านความตรง เชิงภาวะสันนิษฐานในกลุ่มตัวอย่างนักเรียนที่มีอายุ 15 - 19 ปี จำนวน 300 คน พบว่า แบบวัดความยึดหยุ่นทางจิตใจ ของวัยรุ่นที่ถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ มีจำนวน 30 ข้อ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสามารถในการู้ตัว 10 ข้อ ความสามารถในการปรับตัว 10 ข้อ และความสามารถในการฟื้นตัว 10 ข้อ และกลวิธีการจัดการของวัยรุ่นที่ถูกรังแกผ่าน โลกไซเบอร์ มีจำนวน 16 ข้อ ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ได้แก่ การมุ่งจัดการกับปัญหา 8 ข้อ และการมุ่งจัดการกับ อารมณ์ 8 ข้อ และการวิจัยระยะที่ 2 การวิจัยแบผสานวิธีโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพสอดแทรกในการวิจัยเชิงปริมาณ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองเพื่อศึกษาประสิทธิผลของการให้คำปรึกษากลุ่มร่วมกับการรวบรวมข้อมูลปรากฏการณ์ต่างๆ ขณะ เข้าร่วมการให้คำปรึกษา ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใช้ในการทดลอง จำนวน 16 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 8 คน ผลการศึกษา พบว่า ความยึดหยุ่นทางจิตใจและกลวิธีการจัดการของวัยรุ่นระหว่างกลุ่มทดลองที่เข้าร่วมการให้ คำปรึกษากลุ่ม ก่อนการทดลองกับหลังการทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หลังการ ทดลองและติดตามผล ไม่แตกต่างกัน ส่วนความยึดหยุ่นทางจิตใจและกลวิธีการจัดการของวัยรุ่นรุ่นหว่างกลุ่มทดลองที่ เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่มและกลุ่มคลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่ม พบว่า ก่อนการทดลองความยึดหยุ่น ทางจิตใจและกลวิธีการจัดการของกล่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน หลังการทดลองและติดตามผลมีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05